
น้ำเบียด เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้น จากมวลน้ำจืดปริมาณมากที่ไหลจากเมือง จากเเม่น้ำ ลงสู่ทะเล เข้าปะทะกับน้ำเค็ม มวลน้ำจืดที่ไหลลงสู่ทะเลจะนำเอาสารอาหาร อินทรีย์วัตถุเเละปุ๋ยเคมีจากภาคการเกษตรเเละชุมชนลงสู่ทะเลไปด้วย

เมื่อมวลน้ำจืดไหลลงสู่ทะเล จำนวนมากปะทะกับน้ำเค็มทำให้สัตว์น้ำในทะเล เกิดอาการน็อคน้ำ จนตายเเละเข้ามาเกยพื้นที่ชายฝั่ง ปรากฎการณ์น้ำเบียด มักเกิดขึ้นใกล้ชายฝั่ง

ปรากฏการณ์น้ำเบียด ที่น้ำจืดปะทะน้ำเค็มอย่างฉับพลัน ทำให้สัตว์น้ำตายเเละเกยตื้นริมชายฝั่ง เราจึงเห็นภาพของคนจำนวนมากไปเก็บสัตว์น้ำที่น็อคน้ำตามเเนวชายฝั่ง เเต่ปรากฎการณ์น้ำเบียดคือ จุดฉนวนเริ่มต้นของปรากฎการณ์อีกปรากฎการณ์ที่ตามมา คือ เเพลงก์ตอนบลูม หรือ “Eutrophication”
เมื่อมวลน้ำจืดไหลลงทะเล น้ำที่ไหลมาได้มาเพียงเเค่มวลน้ำ เเต่เต็มไปด้วยตะกอน สารอินทรีย์ ปุ่ยเเละสารอาหารต่างๆจากภาคเกษตรเเละเมือง เมื่อสารอาหารไหลลงสู่ทะเลจำนวนมาก ทำให้เเพลงก์ตอนพืช ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้รับสารอาหารที่ไหลงมาเเละเเสงเเดด ทำให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว กลายเป็นปรากฎการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี หรือ Eutrophication
ปรากฎการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี เกิดขึ้นตามเเนวชายฝั่ง มีความถี่เกิดขึ้นอย่างมากเเละมีนัยยะสำคัญ การรวบรวมข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง ได้รวบรวมข้อมูลไว้พบว่า
ปรากฎการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีในไทยมักเกิดขึ้นจากสาหร่ายเซลล์เดียว หรือ เเพลงก์ตอนพืช Noctiluca scintillans ซึ่งพบการบลูมบ่อยที่สุด การบลูมของเเพลงก์ตอนพืช จากการที่สารอาหารที่ไหลลงสู่ทะเลจำนวนมาก เเละทะเลได้รับเเสงเเดดที่มากขึ้นจากภาวะโลกร้อน ทำให้ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีเกิดขึ้นได้ง่ายเเละเป็นความเสี่ยงของพื้นที่
การเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ฝนตกหนักขึ้น ปริมาณน้ำจืดจากเเผ่นดินที่ไหลงลงสู่ทะเลมากขึ้น ชะล้างอินทรีย์วัตถุ ปุ๋ยจากภาคการเกษตร เเละสิ่งปฏิกูลจากเมือง ไหลลงสู่ทะเลได้ง่ายขึ้นเเละมากขึ้น ทำใสารอินทรีย์เเละสารอาหาร เพิ่มมากขึ้น เป็นต้นตอทำให้เเพลงก์ตอนเจริญเติบโตได้ดีขึ้น ประกอบกับเเดดที่จัดขึ้น อากาศร้อนขึ้นทำให้เเเพลงก์ตอนจะเจริญเติบโตได้ง่ายขึ้น รวมถึงกระเเสน้ำชายฝั่ง การเปลี่ยนเเปลงสภาพอากาศ ทำให้ปรากฎการณ์ทั้งน้ำเบียด เเละน้ำทะเลเปลี่ยนสี เกิดขึ้นได้ง่ายเเละเป็นภัยเงียบที่จัดการได้ยาก

เมื่อเกิดน้ำเบียดและแพลงก์ตอนบลูมร่วมกัน จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ เนื่องจากความเค็มของน้ำที่ลดลงอย่างเฉียบพลันจากน้ำจืด ประกอบกับการที่แพลงก์ตอนบลูมดึงออกซิเจนในน้ำไปใช้ตอนที่มันตายและเน่าเสีย ทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนในน้ำ (Dead Zone) ส่งผลให้สัตว์น้ำและปลาชายฝั่งน็อคน้ำ ตาย และลอยเกลื่อนขึ้นมาตามชายหาด

นอกจากน้ำทะเลเน่าเสียเเล้ว ชายหาดก็จะกระทบเช่นกัน เพราะในช่วงที่เกิดขึ้นมักเป็นช่วงไฮซีชั่นของการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล
จึงเป็นโจทย์สำคัญว่า เราจะเเก้ไขปัญหานี้อย่างไรอย่างเป็นระบบ
Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569
แบ่งปันสิ่งนี้

ท่ามกลางห้วงเวลาที่มีการอภิปรายพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่กำลังอยู่ในสภาผู้เเทนราษฎรนั้น Beach for life ชวนคลี่เเละส่องงบประมาณเพื่อการป้องกันชายฝั่งในร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 งบกำเเพงกันคลื่นเยอะเเค่ไหนในปีงบประมาณนี้ ?

สำนักงบประมาณ เผยเเพร่ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 พบว่า มีโครงการจ้างศึกษาป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง จำนวน 30 ล้านของกรมโยธาธิการเเละผังเมือง ที่มีข้อสังเกตว่าอาจเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย

กรมโยธาธิการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 3 เคาะมาตรการกำเเพงกันคลื่นบนเกาะพีพี หลังจากกำเเพงกันดินเดิมพังเสียหาย