
สำนักงบประมาณ เผยเเพร่ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 พบว่า มีโครงการจ้างศึกษาป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง จำนวน 30 ล้านของกรมโยธาธิการเเละผังเมือง ที่มีข้อสังเกตว่าอาจเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ระหว่างที่สมาชิกสภาผู้เเทนราษฎร อภิปรายร่าง พ.ร.บ งบประมาณประจำปี 2568 วาระที่ 2 - 3 นั้น Beach for life ได้โพสข้อสังเกตว่า มีโครงการจ้างศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเเละออกเเบบรายละเอียดเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ระยะที่ 1 " ในเล่มงบประมาณประจำปี 2568 เล่มที่ 8 หน้า 248 กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตั้งงบประมาณตั้งงบ 2568 -2569 ที่อาจไม่ผ่านขั้นตอนที่กำหนดให้หน่วยงานดำเนินการก่อนการขอรับงบประมาณประจำปี 2568
คณะกรรมการนโยบายเเละเเผนบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่งเเห่งชาติ ได้มีการตั้ง"คณะทํางานเพื่อพิจารณากลั่นกรองและให้ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นต่อ โครงการ มาตรการ ระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติสําหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ ชายฝั่งในภาพรวมและเชิงพื้นที่” ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง พ.ศ.2558 ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการป้องกันเเละเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
โดยคณะกรรมการนโยบายเเละเเผนบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่งเเห่งชาติ ได้มีมติให้โครงการศึกษา(งบศึกษา) เเละ โครงการป้องกันเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง(งบดำเนินการ) นั้นต้องผ่านความเห็นชอบของคณะทำงานกลั่นกรองฯ เสียก่อน จึงจะเสนอไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อก่อนที่จะมีการเสนอโครงการไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อจัดทำร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ซึ่งทำให้ทุกปี หน่วยงานที่จะเสนอขอรับงบประมาณจะนำโครงการทั้งที่เป็นโครงการศึกษาเเละโครงการป้องกันเเก้ไข(ดำเนินงาน) เข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานฯ เมื่อโครงการที่ผ่านความเห็นชอบจะถูกเสนอไปยังสำนักงบประมาณเพื่อการจัดทำงบประมาณในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ในการพิจารณาของสภาผู้เเทนราษฎร
เมื่อตรวจสอบโครงการ จ้างศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเเละออกเเบบรายละเอียดเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ระยะที่ 1 " ในเล่มงบประมาณประจำปี 2568 เล่มที่ 8 หน้า 248 กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตั้งงบประมาณตั้งงบ 2568 -2569 พบว่า ไม่ปรากฎว่า กรมโยธาธิการเเละผังเมือง ได้เสนอโครงการดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาให้ความเห็นชอบจาก "คณะทํางานเพื่อพิจารณากลั่นกรองและให้ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นต่อ โครงการ มาตรการ ระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติสําหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ ชายฝั่งในภาพรวมและเชิงพื้นที่” ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง พ.ศ.2558 ก่อนขอรับงบประมาณ

เท่ากับว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง ลักไก่ เลี่ยงไม่เอาโครงการจ้างศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเเละออกเเบบรายละเอียดเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ระยะที่ 1 งบประมาณ 30,000,000 บาทนี้ เข้าขอความเห็นชอบก่อนเสนอสำนักงบประมาณ
คำถามสำคัญ จึงตกอยู่ที่ว่า เมื่องบประมาณผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ออกมาเป็นพระราชบัญญัติแล้ว แต่กลับพบว่ามีโครงการที่ได้รับงบประมาณแต่ไม่ทำตามกฎหมายผู้เสนอโครงการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นมีความผิดหรือไม่ และต้องคืนงบประมาณหรือไม่อย่างไร
Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 2 ตุลาคม 2567
แบ่งปันสิ่งนี้

Beach for life เคยได้นำเสนอเรื่องราว “กำแพงกันคลื่นบนชายหาดแตงโม” บนเกาะสุกร จังหวัดตรังไปแล้วครั้งหนึ่ง เรื่องราวของชายหาดที่ไม่มีการกัดเซาะชายฝั่ง แต่กรมโยธาธิการและผังเมืองกลับไปสร้างกำแพงกันคลื่นจำนวน 3 ระยะ ความยาวรวม 1,703 เมตร มูลค่าโครงการกว่า 135.17 ล้านบาท การเกิดขึ้นของกำแพงกันคลื่นทั้ง 3 ระยะ ทำให้เจ้าของที่ดินริมชายหาด ซึ่งปัจจุบันคือไร่แตงโมริมชายหาดที่มีชื่อเสียงของเกาะสุกร ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อปกป้องชายหาดผืนนั้นจากกำแพงกันคลื่น

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมากระแสการเรียกร้องให้เกิดการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยมาตรการเติมทรายชายฝั่งนั้นมีมากขึ้น และหลังจากกรณีการเติมทรายชายฝั่งหาดพัทยาโดยกรมเจ้าท่าแล้วเสร็จ ทำให้ประชาชนเห็นว่ามาตรการเติมทรายนั้น อาจเป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งได้ และทำให้ได้ชายหาดกลับมา Beach for life ชวนสำรวจพื้นที่ชายหาดที่จะมีการเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยมาตรการเติมทรายชายฝั่ง

กรมชลประทาน ได้ดำเนินการได้มีโครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา งบประมาณ โครงการดังกล่าวมีการขุดขยายคลองเพื่อการระบายน้ำบริเวณชายหาดซึ่งมีการเปิดหน้าดิน และก่อสร้างกล่องกระชุหิน โดยวางเรียงยื่นตั้งฉากกับแนวชายฝั่งที่น้ำทะเลท่วมถึง การดำเนินโครงการดังกล่าวทำให้มีข้อห่วงกังวลว่าอาจทำให้ชายหาดเปลี่ยนไปอย่างถาวร เเละ โครงการดังกล่าวนั้นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย