
ท่ามกลางห้วงเวลาที่มีการอภิปรายพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่กำลังอยู่ในสภาผู้เเทนราษฎรนั้น Beach for life ชวนคลี่เเละส่องงบประมาณเพื่อการป้องกันชายฝั่งในร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 งบกำเเพงกันคลื่นเยอะเเค่ไหนในปีงบประมาณนี้ ?
จากการรวบรวมงบประมาณโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ในร่างงบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2567 พบว่าจาก 4 หน่วยงานหลัก คือ กรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง กรมโยธาธิการเเละผังเมือง กรมเจ้าท่า เเละกลุ่มจังหวัด(ปัตตานี) นั้น มีงบประมาณสำหรับการป้องกันชายฝั่ง ทั้งสิ้น 761,604,500 บาท เพื่อป้องกันชายฝั่ง ในปี 2567

ภายในงบประมาณในการป้องกันชายฝั่ง 761,604,500 บาท ของปี 2567 นั้น กรมโยธาธิการเเละผังเมือง ยังคงเป็นหน่วยงานหลักในการได้รับงบประมาณเพื่อการป้องกันชายฝั่งทั้งงบดำเนินงานเเละศึกษามากที่สุดคิดเป็น 65.91 % รวมงบประมาณ 501,984,000 บาท

รองลงมาคือกรมเจ้าท่า 20.19 % งบประมาณรวม 153,830,000 บาท เเละ กรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง ซึ่งมีบทบาทหน้าที่กำกับนโยบาย 9.18 % งบประมาณ 70,060,000 บาท และกลุ่มจังหวัด 4.69 % งบประมาณ 35,730,000 บาท



ซึ่งการจัดสรรงบประมาณในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงการจัดสรรงบประมาณที่ยังคงมุ่งเน้น การดำเนินงานป้องกันชายฝั่ง มากกว่าการวางเเผนเเละการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่งเเละการกัดเซาะชายฝั่งเชิงระบบ
หากพิจารณา 761,604,500 บาท จาก 4 หน่วยงานนั้น พบว่า “ไม่มีโครงการกำเเพงกันคลื่นที่ตั้งใหม่ ในพื้นที่ใหม่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567” ภายใต้ร่างงบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2567 นั้น พบว่า มีโครงการตั้งใหม่ ของหน่วยงานต่างๆดังนี้
หากพิจารณางบประมาณโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งย้อนหลังตั้งเเต่ปี 2555 ถึงงบประมาณปีปัจจุบันนั้น จะพบว่า ปัจจุบันงบประมาณเริ่มลดลงจากปีที่สูงสุดคือ 2564 ซึ่งมีเเนวโน้มลดลงต่อเนื่อง 3 ปี

อย่างไรก็ตาม การจัดสรรงบประมาณในการป้องกันเเละเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง นั้น Beach for life มีข้อสังเกต 3 ประการ ดังนี้
(1) ในปี 2567 นั้นไม่มีโครงการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นที่ตั้งใหม่ในงบประมาณปี 2567 จากหน่วยงานที่เสนอโครงการเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองโครงการ ซึ่งคณะทำงานกลั่นกรองโครงการมีความเห็นให้ผ่านโครงการ 6 โครงการกำเเพงกันคลื่น(กรมโยธาธิการเเละผังเมือง 4 โครงการ เเละกรมเจ้าท่า 2 โครงการ)
(2) ในงบประมาณเพื่อการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ปี 2567 นั้นมีงบประมาณโครงการของพื้นที่ชายหาดมหาราช ระยะที่ 3 ซึ่งศาลปกครองสงขลามีคำสั่งระงับโครงการไปเเล้วอยู่ด้วย ซึ่งเห็นควรว่า กรรมาธิการงบประมาณควรหยิบยกประเด็นนี้เพื่อพิจารณาตัดงบประมาณต่อไป เนื่องจากศาลมีคำสั่งระงับโครงการไปเเล้ว
(3) การตั้งงบประมาณว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาของกรมโยธาธิการเเละผังเมือง 2 โครงการ เเละงบประมาณติดตามการปักไม้เเละการป้องกันชายฝั่งของกรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่งนั้น ไม่มีรายละเอียดพื้นที่ว่าจะดำเนินการศึกษาที่ไหน เป็นเพียงการตั้งงบประมาณกว้างๆไว้เพียงเท่านั้น
Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 26 พฤษภาคม 2567
แบ่งปันสิ่งนี้

ในห้วงเวลาที่สังคมไทยกำลังเข้าสู่การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้เเทนราษฎร การนำเสนอนโยบายเพื่อเเก้ไขปัญหาทางสังคมที่เผชิญอยู่ จึงกลายเป็นวาระทางสังคมที่สาธารณะให้ความสำคัญ การขับเคี่ยว นำเสนอนโยบายของพรรคการเมือง จึงเป็นเสมอหนึ่งในตัวชี้วัดของการตัดสินใจของผู้คนที่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อเปลี่ยนเเปลงสังคมไทยให้ดีขึ้น ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เเละการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง ถือเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่สังคมไทยเผชิญมาอย่างยาวนาน เเละต้องการการทะลุทะลวงปัญหาผ่านชุดนโยบายสาธารณะ ที่จะผลักดันให้ภาคการเมือง เเละสมาชิกสภาผู้เเทนราษฎรได้เข้าไปเเก้ไขปัญหาของการกัดเซาะชายฝั่งเเละการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง Beach for life ได้รวบรวมความเห็นของผู้คน เเละความหวังของสาธารณะต่อการจัดการปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นชุดนโยบายทั้งหมด 10 ข้อสำคัญที่พรรคการเมืองเเละสังคมไทยต้องร่วมกันผลักดัน

การต่อสู้ของภาคประชาชนเเละกลุ่มเยาวชนในจังหวัดสงขลา เพื่อปกป้องหาดชลาทัศน์ ตั้งเเต่ปี 2558 จากโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งหาดสมิหลา-ชลาทัศน์ ดำเนินการโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ซึ่งจะนำเอาเเท่งคอนกรีตกว่า 1000 เเท่งวางบนชายหาด การต่อสู้ที่ยาวนาน 10 ปีเต็ม ด้วยความหวังในการสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายให้เกิดขึ้น ชวนอ่าน 10 ปี คดีชลาทัศน์

"ดอนตาแพ้ว" ดอนหลังเกาะพยาม ระหว่างเกาะทรายเเดง พื้นที่ขุมทรัพย์ของชาวประมงพื้นบ้านที่มีเนื้อที่กว่าสองพันไร่ เเละกำลังจะถูกทับด้วยท่าเรือน้ำลึกภายใต้โครงการเเลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ชวนทำความรู้จัดดอนตาเเพ้วก่อนดอนเเห่งนี้จะเปลี่ยนไป