
ชายหาด เป็นระบบนิเวศทางธรรมชาติที่เปลี่ยนเเปลงตัวเองตลอดเวลาตามอิทธิพลของลม คลื่น กระเเสน้ำชายฝั่ง ตะกอนเเละน้ำขึ้นน้ำลงที่กระทำต่อชายหาด การเปลี่ยนเเปลงของชายหาดที่เกิดขึ้นตลอดเวลานี้ ชายหาดจึงเป็นระบบนิเวศที่เหมือนมีชีวิต
การเปลี่ยนเเปลงตัวเองตลอดเวลาของชายหาดอยู่ตลอดเวลา การติดตามชายหาด(Mornitoring) จึงเป็นหัวใจสำคัญในการเรียนรู้ เเละทำความเข้าใจการเปลี่ยนเเปลงของชายหาด วิธีการที่ง่ายที่สุดในการติดตามสภาพชายหาด หรือการเปลี่ยนเเปลงของชายหาด คือ “การถ่ายภาพ” ในมุมเดิม ตำเเหน่งเดิม เพื่อบันทึกการเปลี่ยนเเปลงของชายหาดในช่วงเวลาต่างๆ

Beach Snap เครื่องมือเเละระบบในการติดตามการเปลี่ยนเเปลงชายหาดอย่างง่าย เพียงมีโทรศัพท์มือถือที่สามารถ่ายภาพได้ในมุมเดิม ตำเเหน่งเดิมของชายหาด เข้าสู่ระบบ Beach Snap ซึ่งกระจายอยู่ทั่วไปตามชายหาดท่องเที่ยวในประเทศไทย ถ่ายภาพเข้าสู่ระบบเเล้ว ระบบจะบันทึกภาพอัตโตมัติ เเละประมวลผลการเปลี่ยนเเปลงชายฝั่งโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลการเปลี่ยนเเปลงชายหาดนั้นๆ ได้จาก www.beachwacth.net

การติดตามการเปลี่ยนเเปลงชายหาด ด้วยเครื่องมือง่ายๆ อย่างการถ่ายภาพที่ถือเป็นวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง ที่พลเมืองทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในการเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนเเปลงของชายหาดได้ เเละข้อมูลเหล่านี้จะมีส่วนช่วยการตัดสินใจในการอนุรักษ์ หรือ พัฒนาพื้นที่ชายฝั่งต่อไป

บทความวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
แบ่งปันสิ่งนี้

กำแพงกันคลื่นหาดท่าบอน จังหวัดสงขลา โดยกรมเจ้าท่า ความยาวกว่า 5 กิโลเมตร กลายเป็นมรดกบาปที่หน่วยงานรัฐทิ้งไว้ให้กับชุมชน เเละผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งที่ทำให้พื้นที่ด้านหลังกำเเพงกันคลื่นพังเสียหาย บ้านเรือนกว่าร้อยหลังคาเรือนได้รับผลกระทบจากกำแพงกันคลื่น

Beach for life เคยได้นำเสนอเรื่องราว “กำแพงกันคลื่นบนชายหาดแตงโม” บนเกาะสุกร จังหวัดตรังไปแล้วครั้งหนึ่ง เรื่องราวของชายหาดที่ไม่มีการกัดเซาะชายฝั่ง แต่กรมโยธาธิการและผังเมืองกลับไปสร้างกำแพงกันคลื่นจำนวน 3 ระยะ ความยาวรวม 1,703 เมตร มูลค่าโครงการกว่า 135.17 ล้านบาท การเกิดขึ้นของกำแพงกันคลื่นทั้ง 3 ระยะ ทำให้เจ้าของที่ดินริมชายหาด ซึ่งปัจจุบันคือไร่แตงโมริมชายหาดที่มีชื่อเสียงของเกาะสุกร ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อปกป้องชายหาดผืนนั้นจากกำแพงกันคลื่น

การเกิดขึ้นของกำแพงกันคลื่นหาดแก้วมาพร้อมกับการกล่าวอ้างว่า หาดแก้วแห่งนี้เป็นชายหาดท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสงขลา กำลังเกิดการกัดเซาะชายฝั่งในระดับที่รุนแรงกว่า 5-6 เมตรต่อปี จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างกำแพงกันคลื่น เเต่ท้ายที่สุดหาดเเก้วกลับพังไม่เหลือสภาพชายหาด