
ช่วงมรสุม 1-2 ปีที่ผ่านมา ชายหาดท่าบอน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา นับว่าเป็นชายหาดที่ถูกกล่าวถึงว่าเกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงอย่างที่คนในชุมชนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยประสบพบเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน !
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับชายหาดท่าบอน คือ อะไร เป็นสาเหตุของปัญหาที่ทำให้ชุมชนต้องประสบกับการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ที่คลื่นปะทะและกระโจนเข้าสู่บ้านเรือน สวนมะพร้าว และสุสานบรรพบุรุษแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน
ย้อนกลับไปปี 2562-2563 กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยมีการอ้างว่ามีการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงจึงขอให้กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งกรมเจ้าท่าได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาออกแบบโครงการป้องกันชายฝั่งตลอดแนวชายหาดท่าบอนความยาว 5.34 กิโลเมตร งบประมาณรวม 134 ล้านบาท โดยได้สรุปรูปแบบโครงการที่ใช้ดำเนินการ 3 รูปแบบ คือ
1. โครงสร้างกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงใหญ่ ความยาว 340 เมตร
2. โครงสร้างกำแพงกันคลื่นแบบหินเคลือบน้ำยา(อิลักโตรโคส) ความยาว 135 เมตร
3. โครงสร้างกำแพงกันคลื่นแบบเข็มผืด หรือ ความยาว 5.34 กิโลเมตร ถือเป็นรูปแบบโครงสร้างหลัก


โดยก่อนหน้ามีการก่อสร้างนั้น สภาพชายหาดท่าบอน มีสภาพพบการกัดเซาะชายฝั่งรุนแรง การกัดเซาะชายฝั่งที่เกิดขึ้นเป็นการกัดเซาะชายฝั่งชั่วคราวในบางฤดูที่มีมรสุมรุนแรงพัดผ่าน แต่เมื่อผ่านมรสุมชายหาดสามารถคืนสภาพได้ตามปกติ
นายชอบ ประชาชนในพื้นที่ท่าบอน เล่าว่าเมื่อก่อนใช้ชายหาดในการจอดเรือ ชายหาดก่อนกรมเจ้าท่ามาดำเนินการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นชายหาดกว้างกว่า 60 เมตร จากแนวต้นไม้ถาวร และชาวบ้านใช้ชายหาดระแวงนี้ในการจอดเรือเป็นหลัง เมื่อดำเนินการก่อสร้างกรมเจ้าท่าได้ทำโครงสร้าง 3 แบบ หน้าบ้านนายชอบ เป็นแบบเข็มผืด ซึ่งก่อสร้างแบบเว้นช่องให้จอดเรือได้ ในปีแรกหลักโครงการก่อสร้างเสร็จก็ยังเห็นชายหาดอยู่ โครงสร้างทั้งหมดถูกฝั่งไว้ใต้ทราย แต่เมื่อต้นปี 2562 ช่วงมรสุมโครงสร้างที่ก่อสร้างไว้ไม่สามารถป้องกันคลื่นได้ มิหนำซ้ำ คลื่นกระโจนข้ามกำแพงกันคลื่นเข้ามาในแผ่นดิน จนบ้านเรือนได้รับความเสียหาย


คำบอกเล่าของชาวบ้านท่าบอน สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่กลุ่ม Beach for life ลงพื้นที่สำรวจ โครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดท่าบอน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ของกรมเจ้าท่า บริเวณช่วงโครงการโครงสร้างกำแพงกันคลื่นแบบหินเคลือบน้ำยา(อิลักโตรโคส) ความยาว 135 เมตร และ โครงสร้างกำแพงกันคลื่นแบบเข็มผืด หรือ ความยาว 5 กิโลเมตรกว่า พังเสียหาย ไม่สามารถป้องกันชายฝั่งได้


โครงการในช่วงที่เป็นรูปแบบหินเคลือบน้ำยา บริเวณหน้าวัดท่าบอน ความยาว กรมเจ้าท่า ได้ขึ้นป้ายงานแล้วเสร็จ เมื่อวันที่เดือนกันยายน 2563 แต่ปรากฎว่า เดือนกุมภาพันธ์ 2564 เพียง 5 เดือน โครงสร้างกำแพงกันคลื่นแบบหินเคลือบน้ำยา พังเสียหายอย่างรุนแรง สภาพน้ำยาผสานแตกหัก และไม่สามารถป้องกันคลื่นได้


ในขณะที่ช่วงโครงการกำแพงกันคลื่นรูปแบบเข็มผืด ที่มีการตอกเสาเข็มฝั่งไว้ใต้ทรายทำให้คลื่นเข้ามาปะทะและกระโจนข้ามกำแพงกันคลื่น สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน สวนมะพร้าวของประชาชนได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากโครงการกำแพงกันคลื่นของกรมเจ้าท่า ตลอดระยะทาง 5 กิโลเมตร

นายสมชาย พงศ์พิทักษ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 และ นาย วิชาญ เมืองจันทร์บุรี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลท่าบอน เปิดเผยว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องมานาน 2 ปี หลังจากกรมเจ้าท่าก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแล้วเสร็จ คลื่นก็กัดเซาะชายฝั่งพื้นที่ตำบลท่าบอน ระยะทางยาว 9 กิโลเมตร โดยการอ้างผลประชาพิจารณ์จากชาวบ้าน
ส่วนบริเวณพื้นที่วัดท่าบอน ที่มีการสร้างกำแพงกันคลื่นไปแล้ว แต่ปีนี้คลื่นแรงข้ามพนังจนกัดเซาะชายฝั่งกินพื้นที่หาดทราย จนถึงบริเวณที่มีโกฐบรรจุอัฐิจนเริ่มเอียง และใกล้จะพังลงมาแล้ว ซึ่งผู้นำชุมชนบอกว่า กรมเจ้าท่า ได้สร้างกำแพงกันคลื่นกัดเซาะมาแล้ว 2 ปี โดยอ้างว่าผลการทำประชาพิจารณ์ ทั้งที่ชาวบ้านไม่เห็นด้วย

หลังจากภาพความเสียหายจากกำแพงกันคลื่นที่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่สามารถป้องกันชายฝั่งได้ ถูกนำเสนอออกไปต่อสาธารณะ ต่อมากรมเจ้าท่า ปรับแก้ไขรูปแบบโครงการบริเวณวัดท่าบอน จากกำแพงกันคลื่นแบบหินเคลือบน้ำยาผสาน มาเป็นกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียง แต่ยังคงเหลือบริเวณโครงการกำแพงกันคลื่นแบบเข็มผืดที่ยังไม่มีการปรับแบบแก้ไขโครงการ และยังเกิดความเสียหายต่อชายหาด และทรัพย์สินของประชาชนอย่างต่อเนื่องทุกปีจนถึงปัจจุบัน
กรณีการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดท่าบอน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ของกรมเจ้าท่า สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวในการป้องกันชายฝั่งด้วยโครงสร้างทางวิศวกรรมของกรมเจ้าท่าสิ้นเชิง และยังสะท้อนให้เห็นว่า “เมื่อรัฐดำเนินการแล้วเกิดความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงวิถีชีวิตของชุมชน ชุมชนคือผู้ที่ต้องรับมรดกบาป และต้องทนทุกข์อยู่กับปัญหาที่ก่อขึ้นจากโครงการของรัฐที่ลงไปดำเนินการในพื้นที่ของชุมชน” กรณีท่าบอน ถือเป็นบทเรียนราคาแพง ทำให้เห็นว่า เมื่อรัฐไม่ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)ในโครงการกำแพงกันคลื่นแล้วเกิดผลกระทบต่อชุมชน ชุมชนไม่สามารถที่จะเรียกร้องหรือได้รับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนหรือชุมชนจากรัฐได้
Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567
แบ่งปันสิ่งนี้

ถอดบทเรียนปัญหาสิ่งเเวดล้อมภายใต้การบังคับใช้ พ.ร.บ. EEC ก่อนจะถูกโคลนนิ่งมาเป็น พ.ร.บ. SEC ร่าง พ.ร.บ. SEC ที่ถูกเสนอเข้าไป และคาดว่าร่างของรัฐบาลที่กำลังจะมีมติ ครม. มอบให้ สนข.เป็นผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. SEC Beach for life ชวนถอดบทเรียนดูปัญหาสิ่งแวดล้อมเชิงประจักษ์ที่เกิดขึ้นภายใต้การบังคับใช้กฎหมาย EEC ที่เป็นร่างโคลนนิ่งของ พ.ร.บ. SEC

ท่ามกลางห้วงเวลาที่มีการอภิปรายพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่กำลังอยู่ในสภาผู้เเทนราษฎรนั้น Beach for life ชวนคลี่เเละส่องงบประมาณเพื่อการป้องกันชายฝั่งในร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 งบกำเเพงกันคลื่นเยอะเเค่ไหนในปีงบประมาณนี้ ?

ท่ามกลางข้อพิพาท "ชายหาดส่วนตัว" เเละ กรณีฝรั่งเตะหมอ ทำให้เกิดคำถามว่า "ชายหาดเป็นของใคร" ชวนไขคำตอบว่า ชายหาดไทย เป็นของใครร่วมกัน