
ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก คดีชายหาดชลาทัศน์ ในโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งหาดสมิหลา-ชลาทัศน์ ที่ดำเนินการโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยที่ สงขลาฟอรั่ม กลุ่ม Beach for life กลุ่ม Law long beach และสหกรณ์ประมงพื้นบ้านชุมชนบาลาเซาะเก้าเส้ง ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสงขลา เมื่อปี 2558 ได้ยื่นฟ้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3) กรมเจ้าท่า(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4) และเทศบาลนครสงขลา(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5) ภายหลังศาลปกครองสงขลาได้มีคำพิพากษา ผู้ฟ้องคดีผู้ถูกฟ้องคดีได้อุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุด

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ศาลปกครองสูงสุด นัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก และ ตุลาการผู้แถลงคดี รับฟังข้อเท็จจริงได้ตามตุลาการเจ้าของสำนวนสรุปข้อเท็จจริงในคดี โดยตุลาการผู้เเถลงคดีมีความเห็นต่อคดี ดังนี้ ประเด็นที่ต้องวินิจฉัย 3 ประเด็นดังนี้ (1) การดำเนินโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งหาดชลาทัศน์-สมิหลา ของผู้ถูกฟ้อองคดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ (2) การดำเนินการโครงการของผู้ถูกฟ้องคดีนั้นละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ และ(3) การกระทำละเลยของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นการละเมิดหรือไม่
ตุลาการผู้แถลงคดี เห็นว่า ประเด็น “การดำเนินโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งหาดชลาทัศน์-สมิหลา ของผู้ถูกฟ้อองคดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่” มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งหาดสมิหลา-ชลาทัศน์ของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดจังหวัดสงขลา เป็นการดำเนินการสร้างโครงสร้างแข็งด้วยการหล่อแท่นคอนกรีตวางตั้งฉากกับชายหาด และเติมทรายกลบทับนั้น เป็นการดำเนินการดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งหาดสมิหลา-ชลาทัศน์และเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่รูปแบบโครงการก่อสร้างโครงสร้างแข็งด้วยการหล่อแท่นคอนกรีต วางตั้งฉากกับชายหาด เพื่อดักทรายไว้ไม่ให้เคลื่อนที่ออกจากชายหาดชลาทัศน์นั้น ลักษณะการดำเนินการดังกล่าวจึงเป็นการดำเนินการก่อสร้าง "รอดักทราย" ซึ่งในขณะที่โครงการดังกล่าวดำเนินการนั้น มีประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าด้วยกิจการโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ก่อนการดำเนินโครงการ ซึ่งระบุให้ รอดักทราย ทุกขนาดต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนการขออนุญาตและดำเนินโครงการ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องที่ 1 และผู้ถูกฟ้องที่ 2 ไม่ได้ดำเนินการตามที่ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนดให้ต้องปฏิบัติ โครงการดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ประเด็นต่อมาเมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีการปรับแก้สัญญาหลายครั้ง จนเหลือเพียงรูปแบบการเติมทรายกลบทับชายหาดเพียงอย่างเดียว ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า การเติมทรายนั้นเป็นการถมที่ดินในทะเลหรือไม่ การถมที่ดินในทะเลเป็นการถมที่ดินในเขตทะเลที่ไม่มีการใช้ประโยชน์ให้เป็นที่ดินที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ การดำเนินการเติมทรายที่ได้มีการปรับแก้ไขสัญญาโครงการของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นการนำทรายมาถมบนชายหาดที่ถูกกัดเซาะ เป็นน้ำทะเล เพื่อสร้างที่ดินใหม่ ให้เป็นที่ดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ จึงเป็นเป็นการถมที่ดินในทะเล ซึ่งในระหว่างการดำเนินการประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำหนดให้การถมที่ดินในทะเลทุกขนาดต้องจัดทำการรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ก่อนขั้นตอนการขออนุญาต แต่ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ได้มีการดำเนินการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนการดำเนินการจึง ไม่ชอบด้วยกฎมาย

ในประเด็นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในโครงการ ดังกล่าว ศาลเห็นว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา อ้างการรับฟังความคิดเห็นในโครงการของกรมเจ้าท่า(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4)ในการจัดรับฟังความคิดเห็นโครงการเติมทราย ซึ่งไม่ส่วนราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดรับฟังความคิดเห็นในโครงการดังกล่าว จึงไม่สามารถรับฟังได้ว่าเป็นการรับฟังความคิดเห็นประชาชนในโครงการที่ต้องจัดรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และ เป็นการรับฟังความเห็นประชาชนในโครงการของรัฐ เห็นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในโครงการของรัฐนั้น จึงเป็นการดำเนินการที่ผ่าฝืนการปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
การดำเนินการโครงการของผู้ถูกฟ้องคดีนั้นละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ตุลาการผู้แถลงคดีรับฟังว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 6 และที่ 2(กลุ่ม Beach for life) ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ถูกฟ้องที่ 3 (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง) ให้มีการระงับการดำเนินโครงการดังกล่าวไว้ก่อนเนื่องจากโครงการดังกล่าวไม่ชอบด้วยและอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะและชายฝั่ง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า อธิบดีของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 อ้างเพียงว่ามีความสับสนและข้อเท็จจริงไม่ตรงกัน จึงไม่ดำเนินการระงับโครงการไว้ ตุลากรผู้เเถลงคดีเห็นว่าการตอบของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 นั้น เป็นการละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่
สำหรับผู้ถูกฟ้องที่ 4(กรมเจ้าท่า) ได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ตามคำสั่งเจ้าท่า เพื่อให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1(ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา)ได้ดำเนินการขุดลอกเพื่อการเดินเรือ รักษาสภาพลำน้ำ และพิจารณาอนุญาตสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ แต่ไม่ได้มอบให้มีอำนาจดูดทรายในทะเลเองได้ การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ดำเนินการเสมือนว่าตนมีอำนาจ และเป็นดำเนินการดูดทรายในทะเล อีกทั้งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นคู่กรณีเอกงในการดำเนินการโครงการ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงต้องของอนุญาตจากกรมเจ้าท่าก่อนการดำเนินการ ไม่สามารถอนุญาตตัวเองได้ จึงต้องขออนุญาตเจ้าท่าตามกฎหมาย

ตุลาการผู้แถลงคดีเห็นว่า ชายหาดชลาทัศน์และหาดสมิหลา เป็นหาดสาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน การที่ผู้ฟ้องขอให้ศาลมีคำบังคับฟื้นฟูชายหาด จากหลุมทรายที่ขุดไว้ ซึ่งปัจจุบันสภาพหลุมได้ถูกคลื่นกลบไปตามธรรมชาติและ ถึงแม้โครงการจะเป็นดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมายมานานแล้ว และวัตถุแห่งคดีสิ้นสุดไปแล้ว การจะบังคับคดีให้กระทำ หรือละเว้นการกระทำดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการเยียวยาความเสียหาย และปัจจุบันข้อเท็จจริงพบว่ายังคงมีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจากคลื่นมรสุมอยู่ ซึ่งถูกผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 5 มีหน้าที่ในการปกป้อง รักษา ป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ตามที่อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่
ตุลาการผู้แถลงคดี เห็นว่า ให้ควรพิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 5 ดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ของตน ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา คำขออื่นให้ยก
หลังจากนี้ศาลตุลาการจะมีการประชุมเพื่อจัดทำคำพิพากษาปกครองสูงสุดจะมีการนัดฟังคำพิพากษาศาลสูงสุดในคดีนี้ต่อไป
Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568
แบ่งปันสิ่งนี้

ถอดบทเรียนปัญหาสิ่งเเวดล้อมภายใต้การบังคับใช้ พ.ร.บ. EEC ก่อนจะถูกโคลนนิ่งมาเป็น พ.ร.บ. SEC ร่าง พ.ร.บ. SEC ที่ถูกเสนอเข้าไป และคาดว่าร่างของรัฐบาลที่กำลังจะมีมติ ครม. มอบให้ สนข.เป็นผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. SEC Beach for life ชวนถอดบทเรียนดูปัญหาสิ่งแวดล้อมเชิงประจักษ์ที่เกิดขึ้นภายใต้การบังคับใช้กฎหมาย EEC ที่เป็นร่างโคลนนิ่งของ พ.ร.บ. SEC

ภาพเสาเข็มที่ถูกตอกคาบนชายหาดสนกระซิบ เเละ ป้ายชื่อโครงการหาดดวงตะวันที่หลุดพัง คือ หลังฐานว่าสองโครงการกำเเพงกันคลื่นเมืองระยอง ถูกทิ้ง สร้างไม่เสร็จ Beach for life ชวนสำรวจข้ออ้างของกรมโยธาธิการเเละผังเมือง ในการอ้างเผือผลักดันกำเเพงกันคลื่น

โครงสร้างปากคลองวัดเล เกาะสมุย เป็นโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนตัวของตะกอนทรายชายฝั่งในพื้นที่ชายหาดแม่น้ำ ทำให้ประชาชนในพื้นที่รวมกับหน่วยงานร่วมกันรื้อถอนโครงสร้างออกไป เพื่อฟื้นฟูชายหาดเเละระบบนิเวศ