
หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คำว่า “Missing link” ถูกพูดถึงอย่างมากภายหลังจากที่คุณอนุทิน ชาญวีรกุล พบผู้นำจีนเเละได้ออกมาเเถลงถึงสิ่งที่เรียกว่า “Missing link” ในขณะที่ไม่กี่วันต่อมาคณะกรรมการขับเคลื่อนเเลนด์บริดจ์ โดยมีคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประกาศ ประธานคณะกรรมการฯ ได้ออกมาเเถลงถึงความไม่คุ้มค่าของโครงการเเลนด์บริดจ์ โดยให้เสนอให้พัฒนา Missing link เเทนโครงการเเลนด์บริดจ์ จึงเกิดคำถามว่า Missing link คืออะไร แท้จริงเป็นการแปลงร่าง หรือเปลี่ยนชื่อจากเเลนด์บริดจ์มาเป็น Missing link เพื่อลดเเรงเสียดทานเเละการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมต่อโครงการเเลนด์บริดจ์หรือไม่
หากไล่เรียงสิ่งที่รัฐบาลพูดในช่วงเวลาที่ผ่านมา Missing link คือ การพัฒนาท่าเรือระนอง ซึ่งเป็นท่าเรือเดิมที่ต้องการขยายให้ใหญ่ขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น เเละการเชื่อมต่อส่วนที่ขาดหายไประหว่างท่าเรือกับรถไฟ ซึ่งนั้นหมายถึง “เส้นทางรถไฟระหว่างท่าเรือระนอง(เดิม) กับ สถานีรถไฟในจังหวัดชุมพร” เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งจากท่าเรือระนอง ถึง รถไฟชุมพร เเละท่าเรือฝั่งอ่าวไทยอย่าง “เเหลมฉบัง“ Missing link จึงเป็นการเติมส่วนที่ยังขาดหายไปของเส้นทางเชื่อมเเผ่นดินระหว่างฝั่งอ่าวไทย เเละ อันดามัน โดยผ่านการพัฒนาท่าเรือระนอง เเละรถไฟรางคู่
ในความเป็นจริงเเล้ว Missing link ไม่ใช่สิ่งใหม่ จริงอยู่ที่คำว่า Missing link พึ่งถูกพูดถึงในสังคมหลังจากการพบผู้นำจีนของคุณอนุทิน ชาญวีรกุล เเละการเเถลงหาทางลงของโครงการเเลนด์บริดจ์ในคณะกรรมการที่คุณเอกนิติ นิติทันฑ์ประกาศ หากย้อนรอยสิ่งที่เป็นโครงการ Missing link จริงๆของหน่วยงานภาครัฐนั้นมีความพยายามในการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องอยู่เเล้ว โดยเฉพาะการขยายการพัฒนาท่าเรือระนอง(เดิม) เเละ รถไฟรางขนาด 1.00 m ซึ่งทั้งสองโครงการนี้ มีการศึกษาความเหมาะสมเเละความเป็นได้มาก่อนหน้าที่จะมีการพูดถึง Missing link มาหลายปี
กล่าวโดยสรุป คือ Missing link เป็นการใช้คำเรียกใหม่ ในโครงการเก่าที่รัฐบาลเเละหน่วยงานภาครัฐดำเนินการอยู่เเล้ว

Beach for life พยายามติดตามข้อมูลเเละรายละเอียดของ Missing link ตามที่รัฐบาลเสนอ ซึ่งเราพบว่า Missing link ประกอบไปด้วย การพัฒนาท่าเรือระนอง(เดิม) การสร้างทางรถไฟขนาด 1 เมตร เเละรถไฟขนาด 1.43 เมตร ในเส้นทางชุมพร ถึง ท่าเรือระนอง ตามที่รัฐบาลได้กล่าวถึงซึ่งเป็นการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่ขาดหายไป เเละปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่โครงการเเลนด์บริดจ์ คือ การเชื่อมโยงสองฝั่งทะเลอ่าวไทย - อันดามัน ด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ขนส่งใหม่ทั้งหมด ได้เเก่ การพัฒนาท่าเรือแหลมอ่าวอ่าง จ.ระนอง การพัฒนาท่าเรือเเหลมริ่ว อ.หลังสวน จ.ชุมพร การสร้างรถไฟรางคู่ เเละมอเตอร์เวย์(MR8) โดยโครงสร้างทั้งหมดจะถูกสร้างใหม่ เเละใช้การบริหารจัดการโครงสร้างคมนาคมขนส่ง เเบบ “One port Two Side” โดยจะพาดผ่านเส้นทางจากอำเภอหลังสวน อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร ถึง ตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง
เมื่อพิจารณาโครงสร้างของโครงการ Landbridge เเละ Missing link จะพบว่า ทั้งรูปเเบบโครงสร้างพื้นฐานที่ Landbridge เป็นการสร้างใหม่ทั้งหมดโดยเฉพาะท่าเรือ ในขณะที่ Missing link เป็นการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานสู่ท่าเรือเดิม เเละที่ตั้งของโครงการทั้งสองนั้น เเตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เเต่อย่างไรก็ตาม ถึงเเม้ว่า โครงการ Landbridge เเละ Missing link จะมีความเเตกต่างกัน เเละงบประมาณการลงทุนต่างกัน ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างกัน เเต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ทั้งสองโครงการมีเเนวคิดพื้นฐานคือ การเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งระหว่างอ่าวไทย เเละ อันดามัน ซึ่งเป็นเเนวคิดหลัก เเละความพยายามหลักของชนชั้นนำไทยที่พยายามจะเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งบนเส้นทางอ่าวไทยเเละอันดามันมาอย่างช้านาน ตั้งเเต่ คลองคอดกระ คลองไทย ถนนเซาเทิร์น(กระบี่-สุราษฎร์ธาณี) เเลนด์บริจด์ เเละมาสู่ Missing link ในวันนี้
ไม่ว่าจะชื่อ เเลนด์บริดจ์เส้นทางไหนก็ตามเเต่ คลองคอดกระ คลองไทย หรือ Missing link ในวันนี้ ล้วนเป็นความพยายามของชนนั้นนำไทยในการทำให้สองฝั่งทะเลอ่าวไทย เเละอันดามัน เกิดความเชื่อมโยงกันในด้านการคมนาคม ขนส่ง เเละการค้า
กระดุมที่ติดผิดในการพัฒนาภาคใต้
จริงอยู่ที่ ภาคใต้ปลายด้ามขวานของไทยมีโอกาสในการเชื่อมโยงการขนส่งเเละคมนาคม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้เเละประเทศไทย เเต่โอกาสในการเชื่อมโยงการคมนาคมภาคใต้ มิได้เป็นเครื่องการันตีถึงความสำเร็จ เเละเป็นการพัฒนาภาคใต้ที่จะก่อให้เกิดความยั่งยืนเเละเป็นธรรมของคนทุกฝ่าย เเนวคิดในการเชื่อมโยงสองฝั่งทะเล ไม่ว่าจะเป็นชื่อใด รูปเเบบใด เส้นทางไหน ล้วนสะท้อนให้เห็นว่า วิธีคิดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐาน เเละความเพ้อฝัน มากกว่าความเป็นจริง ที่จะยกระดับภาคใต้
ดังนั้น การที่รัฐบาล เปลี่ยนใจไม่ทำเเลนด์บริดจ์ เเต่มาเป็น Missing link โดยไร้ทิศทางว่าภาคใต้จะไปในทิศทางเเบบไหน เราจะเชื่อมโยงการขนส่ง การค้า การลงทุนอย่างไร จึงเป็นเสมือนการออกเเบบ “เเขน ขา” โดยไม่รู้ว่าเรากำลังปั้นรูปปั้นคนที่มีหน้าตา สัดส่วนเป็นเเบบไหน จึงเป็นการติดกระดุมที่ผิด เเละบทเรียนของการสร้างเเขน ขา ก่อนการมองภาพรวมทั้งระบบสะท้อนความล้มเหลว เเละถูกปล่อยทิ้งร้างมาเเล้ว ในเส้นทางของเซาเทิร์นกระบี่ - สุราษร์ธานี บทเรียนไม่มองภาพรวม เเละเร่งทำ จึงเป็นบทเรียนที่ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นอีก การทำเเผนการพัฒนาภาคใต้ร่วมกันใหม่ เพื่อกำหนดทิศทาง รูปร่างของการพัฒนาภาคใต้จึงภารกิจเร่งด่วนอันดับเเรกก่อนที่จะเราพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า Missing link
Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 3 สิงหาคม 2569
แบ่งปันสิ่งนี้

Beach for life เคยได้นำเสนอเรื่องราว “กำแพงกันคลื่นบนชายหาดแตงโม” บนเกาะสุกร จังหวัดตรังไปแล้วครั้งหนึ่ง เรื่องราวของชายหาดที่ไม่มีการกัดเซาะชายฝั่ง แต่กรมโยธาธิการและผังเมืองกลับไปสร้างกำแพงกันคลื่นจำนวน 3 ระยะ ความยาวรวม 1,703 เมตร มูลค่าโครงการกว่า 135.17 ล้านบาท การเกิดขึ้นของกำแพงกันคลื่นทั้ง 3 ระยะ ทำให้เจ้าของที่ดินริมชายหาด ซึ่งปัจจุบันคือไร่แตงโมริมชายหาดที่มีชื่อเสียงของเกาะสุกร ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อปกป้องชายหาดผืนนั้นจากกำแพงกันคลื่น

ภาคใต้กำลังจะถูกยึด SEC กฎหมายยึดภาคใต้ จริงหรือ ? การเสนอ ร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC จะนำไปสู่กการเเย่งยึดทรัพยากรในภาคใต้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจริงหรือ ? Beach for life สรุปให้อ่านกัน

7 พฤศจิกายน 2555 เป็นวันที่คุณพีระ ตันติเศรษณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลาถูกลอบสังหารกลางเมืองสงขลา ก่อนการจากไปของคุณพีระ ได้ทิ้งเรื่องราว คุณูปการต่อเมืองสงขลา ผ่านสิ่งที่เรียกว่า "สงขลานิเวศนคร" ผ่านมา 12 ปีที่จากไป ชวนรำลึกถึงพีระ ตันติเศรษณีร่วมกัน