
รัฐบาลจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเเละสุขภาพ(EHIA) ในโครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง เเต่ในเล่มรายงานดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนเเรงถึงความบกพร่อง เเละข้อมูลที่คาดเคลื่อนจากความเป็นจริงจนมิอาจรับได้
เเละในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาที่ ลูกพะยูนตัวน้อย ชื่อ “ชมพู” เข้ามาเกยตื้นหาดบางเบน จังหวัดระนอง ซึ่งห่างจากพื้นที่ตั้งโครงการท่าเรือเเหลมอ่าวอ่างไปเพียง 6-7 กิโลเมตร ยิ่งตอกย้ำว่า รายงาน EHIA ที่ถูกว่าจ้างศึกษานั้นมีปัญหาอย่างยิ่ง เพราะในรายงานดังกล่าวไม่ปรากฎสัตว์ทะเลหายากอย่างพะยูนอยู่ในรายงานการศึกษาเเต่อย่างใด

เมื่ออ่านรายงานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งเเวดล้อมเเละสุขภาพ(EHIA) จะพบว่า มีการกล่าวถึงการพบเจอพะยูน ในหน้า 491/1327 จังหวัดระนอง มีความยาวชายฝั่งประมาณ 172.55 กิโลเมตร จากข้อมูลการสำรวจโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2565 ที่สำคัญของจังหวัดระนอง ได้แก่
1. ทรัพยากรปะการัง มีพื้นที่รวม จำนวน 2,828 ไร่ (4.52 ตารางกิโลเมตร)
2. ทรัพยากรหญ้าทะเล มีพื้นที่รวม จำนวน 2,272 ไร่
3. ทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก ที่พบประมาณ 3 ชนิด ได้แก่ เต่าทะเล โลมา และวาฬ แต่ไม่พบพะยูนในจังหวัดระนอง จากการบินสำรวจ เมื่อปี พ.ศ. 2540, พ.ศ. 2542 และ พ.ศ. 2543
ในการสำรวจพื้นที่อ่าวบางเบน เกาะช้างจังหวัดระนอง ไม่พบรอยกินหญ้าทะเลของพะยูน แต่พบเห็นเต่าทะเล ชนิดเต่าตนุ ในปี พ.ศ. 2564 – 2565 ไม่พบการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล และในปี พ.ศ. 2565 จังหวัดระนองไม่พบการเกยตื้นของสัตว์ทะเลหายาก เมื่อเทียบกับปี พ.ศ .2564 ที่พบการเกยตื้นของสัตว์ทะเลหายากรวม 4 ตัว ได้แก่ เต่าทะเล 3 ตัวเกยตื้น ได้แก่ เต่ากระ 1 ตัว เต่าตนุ 1 ตัว และเต่าหญ้า 1 ตัว และโลมา 1 ตัว ได้แก่ โลมาอิรวดี

กลุ่ม Beach for life เราได้ศึกษาพื้นที่โดยรอบที่ตั้งโครงการได้สำรวจชุมชนเเละจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรทาทะเลเเละชายฝั่งโดยละเอียด รวมถึงการทบทวนข้อมูลทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่งที่มีการบันทึกไว้ของหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง กรมอุทยานสัตว์ป่าเเละพันธ์ุพืช งานวิชาการของนักวิจัย เเละการบอกเล่าของชุมชน
นอกจากนั้น เรายังพบเเผนที่ชุมชนบ้านหาดทรายดำ ที่อยู่เหนือขึ้นไปจากที่ตั้งโครงการประมาณ 7 กิโลเมตร พบว่า มีเเหล่งหญ้าทะเลเเละพบพะยูน ในเเผนที่ของชุมชน ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งสะท้อนว่า ทะเลระนอง คือ เเหล่งอาศัยเเละหากินของสัตว์ทะเลหายากหลากหลายชนิด เเต่ทั้งหมดนี้ไม่ปรากฎในรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเเละสุขภาพ(EHIA) ที่รัฐบาลว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเเต่อย่างใด


การเกยตื้นของลูกพะยูน ในพื้นที่ตั้งโครงการเเลนด์บริดจ์ เเต่กลับไม่ปรากฎข้อมูลพะยูนในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเเละสุขภาพ ย่อมสะท้อนความบกพร่องเเละตกหล่นของข้อมูลอันเป็นส่วนสำคัญในการประเมินผลกระทบทางสิ่งเเวดล้อมเเละสุขภาพ
ถึงเเม้ว่าปัจจุบัน รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมจะมีคำสั่งไปยัง สำนักงานนโยบายเเละเเผนการขนส่งเเละจราจร(สนข.) ให้ชะลอการดำเนินการตามกฎหมายของโครงการเเลนด์บริดจ์ในทุกส่วน จนกว่าผลการศึกษาเเผนการพัฒนาภาคใต้ เเละ คณะกรรมการศึกษาการขับเคลื่อนโครงการเเลนด์บริดจ์จะเเล้วเสร็จ เเต่ความบกพร่องเเละคาดเคลื่อนของรายงาน EHIA ที่นับวันยิ่งโผล่ตอให้เห็นนั้น จึงเกิดคำถามว่า เราไว้ใจกระบวนการศึกษาเเละประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเละสุขภาพของโครงการขนาดใหญ่ อย่างเเลนด์บริดจ์ได้จริงหรือไม่
Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 9 กรกฎาคม 2569
แบ่งปันสิ่งนี้

หากใครขับรถไปชายหาดปากบารา จังหวัดสตูล จะพบว่าช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา อาคารริมชายหาดผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ทั้งร้านอาหาร ที่พัก คาเฟ่ จนเกิดคำถามว่าอาคารเหเล่านี้เกิดขึ้นได้หรือไม่บนชายหาดปากบารา Beach for life ชวนสำรวจข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การเติมทรายชายหาด Beach Nourishment ใครต่อใครก็บอกว่าเป็นมาตรการที่เป็นมิตรกับชายหาดมากที่สุดในบรรดาโครงสร้างทางวิศวกรรมป้องกันชายฝั่ง Beach for life ชวนมารู้จักมาตรการเติมทรายไปด้วยกัน

สำนักงบประมาณ เผยเเพร่ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 พบว่า มีโครงการจ้างศึกษาป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง จำนวน 30 ล้านของกรมโยธาธิการเเละผังเมือง ที่มีข้อสังเกตว่าอาจเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย