
ช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 ปรากฎภาพข่าวว่า ’กัมพูชา‘ ยอมรื้อทำลาย ’รอดักตะกอน‘ บ้านหาดเล็ก จ.ตราด กับ เกาะกง ประเทศกัมพูชา
กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) เปิดเผยว่าหลังจากวันนี้ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ได้เข้าควบคุมพื้นที่ ตลอดแนวชายแดนฝั่งจันทบุรีและตราด โดยเบ็ดเสร็จและอยู่ระหว่างการทำที่มั่นให้แข็งแรง ได้เจรจากับ ภูมิภาคทหารที่ 3 ของกัมพูชา เพื่อให้ดำเนินการรื้อทำลายรอดักตะกอน บริเวณบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ตรงหลักกิโลเมตรที่ 73 ที่ฝ่ายกัมพูชาทำยื่นลงไปในทะเล
ฝ่ายกัมพูชาได้ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว และได้ดำเนินการรื้อทำลายเขื่อนดักตะกอนดังกล่าว
หลังจากข่าวปรากฎไม่นาน ก็พบว่า ฝั่งกัมพูชามีการรื้อเขื่อนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เเละผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทหารเรือได้เปิดเผยภาพเเละความห่วงกังวลต่อการรื้อเขื่อนดักตะกอนดังกล่าว

เป็นที่ทราบกันดีว่า เขื่อนดักตะกอนที่เราเรียกกันนั้น เเท้จริงคือ "รอดักทราย" ซึ่งเป็นโครงสร้างป้องกันชายฝั่งประเภทหนึ่ง ที่สร้างตั้งฉากกับเเผ่นดิน มีวัตถุประสงตค์เพื่อดักตะกอนที่วิ่งขนานตามเเนวชายฝั่ง ส่งผลให้ตะกอนถูกดักไว้ในพื้นที่ฝั่งเกาะกง ประเภทกัมพูชา เเละ เกิดการกัดเซาะในพื้นที่บ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด
การก่อสร้าง รอดักทรายดังกล่าว ทำให้หาดฝั่งเกาะกง งอกเพิ่มขึ้น เนื่องจากเขื่อนดักตะกอน หรือ รอดักทรายได้ดักมวลตะกอนที่เคลื่อนตัวตามเเนวชายฝั่ง เมื่อตะกอนทรายเคลื่อนตัวไม่ได้ ทำให้หาดเล็ก จังหวัดตราดเกิดการกัดเซาะชายฝั่ง เนื่องจากเสียสมดุลตะกอนทราย

ถึงเเม้ทหารเรือ จะเจรจาจนฝั่งกัมพูชายอมรื้อถอนเขื่อนไป เเต่ล่าสุดพบว่า การรื้อรอดักทรายดังกล่าวนั้นอาจตื้นจนเกินไป ทำให้ตะกอนไม่ทรายไม่สามารถไหลเวียนได้
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธุ์ โฆษกกองทัพเรือ รายงานเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เกือบ 6 เดือนที่มีการรื้อรอดักทราย พบว่า สภาพเขื่อนดักตะกอน บริเวณชายแดนทางทะเลไทย–กัมพูชา ที่กัมพูชา สร้างขึ้นที่เกาะกง ในพื้นที่ ติดกับ จ.ตราด ว่า จากการตรวจสอบ เมื่อ 4 มิถุนายน 2569 ข้อมูลระดับน้ำประจำวัน พบว่า น้ำขึ้นสูงสุดประจำวัน : เวลา 00.00–01.00 น. ระดับน้ำ 0.5 เมตร และ น้ำลงต่ำสุดประจำวัน : เวลา 11.00–12.00 น. ระดับน้ำ -1.2 เมตร จากการตรวจสอบพบว่า ระดับน้ำทะเลที่ลดลงส่งผลให้กระแสน้ำไม่สามารถไหลผ่านแนวเขื่อนได้ โดยสภาพสันดอนบริเวณผิวหน้าของเขื่อนยังคงเดิม ไม่พบการเปลี่ยนแปลงจากการตรวจสอบครั้งก่อน

สำหรับบริเวณขอบด้านข้างของเขื่อน แม้จะได้รับผลกระทบจากคลื่นลมที่มีกำลังค่อนข้างแรง แต่ยังคงมีสภาพมั่นคง ไม่พบความเสียหายหรือการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากมีแนวก้อนหินขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างป้องกันและลดแรงกระแทกของคลื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเมื่อน้ำจะท่วมช่วงเขื่อน ที่ขุดทิ้ง จังหวะน้ำขึ้น น้ำจะสามารถไหลผ่านได้ แต่ไม่ตลอดเวลา โดยสรุปคือ ฝ่ายกัมพูชา ขุดทำลายทิ้งตื้นเกินไป น้ำต้องท่วมเกิน 2.6 เมตร จึงจะท่วมเขื่อน กระแสน้ำ และตะกอน จะพัดพามาได้

เเน่นอนว่าการรื้อเขื่อนที่ตื้นเกินไป ย่อมทำให้ตะกอนทรายไหลผ่านไม่สะดวก การรื้อในระดับความลึกที่เหมาะสม จะทำให้การคืนสมดุลของตะกอนในฝั่งประเทศไทยดีขึ้น หลังจากนี้ต้องติดตามต่อไปว่าทหารเรือจะเจรจากับฝั่งกัมพูชา ถึงเเนวทางในการรื้อถอนที่จะทำให้ตะกอนทรายไหลข้ามได้ตามปกติหรือไม่
Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 18 มิถุนายน 2569
แบ่งปันสิ่งนี้

รัฐบาลประกาศถอยศึกษาเเลนด์บริดจ์ 60 วัน เเต่กำลังเดินหน้าผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้(SEC) เเบบเงียบๆ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ จะเป็นการตีเช็คเปล่าจากฝ่าบริหารไปสู่คณะกรรมการ SEC ที่มีอำนาจล้นฟ้าเเละกฎหมายที่สร้างรัฐอิสระในภาคใต้ เอื้อทุนต่างชาติ Beach for life ชวนหงายไพ่ปีศาจของรัฐบาลอนุทิน ก่อนภาคใต้จะหายนะ

ชวนอ่านเหตุผลของสายสิ่งเเวดล้อมที่ทำไมต้องกาเห็นชอบใหม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ท่ามกลางเสียงคัดค้านเรียกร้องจากประชาชน "มะทม" ออกเดินเท้า 45 กิโลเมตรจากบ้านที่เเหลมอ่าวอ่าง พื้นที่ถมทะเลโครงการแลนด์บริดจ์ 6,900 ไร่ Beach for life ชวนสำรวจ 10 เหตุผลทางวิชาการที่ต้องหยุดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 3 ในโครงการท่าเรือเเลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง