
ช่วงเดือนมกราคม – เมษายน ของทุกปี เป็นช่วงท่องเที่ยวของชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน โดยเฉพาะชายหาดชะอำ หาดปราณบุรี ซึ่งสองชายหาดเเห่งนี้เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงมาก เเต่ในขณะเดียวกันชายหาดทั้งสองเเห่งนั้นมีกำเเพงกันคลื่น เเละที่สำคัญคือ มีตะไคร่น้ำเกาะตลอดเเนวกำเเพงกันคลื่นจนเกิดอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวลื่นล้มหลายต่อหลายครั้ง Beach forlife ชวนย้อนเหตุการณ์นักท่องเที่ยวลื่นล้มบาดเจ็บรุนเเรงบนกำเเพงกันคลื่น เเละพูดคุยกับคุณหมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา เพื่อมองปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกัน
โครงสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได คือ ต้นตอปัญหาสำคัญที่ทำให้เริ่มเกิดคำถามถึงความปลอดภัยในชีวิตเมื่อไปเที่ยวทะเลที่มีกำแพงกันคลื่นและมีตะไคร่น้ำปกคลุมตลอดแนวกำแพงกันคลื่น
ย้อนกลับไป 2 กรณีสำคัญที่เป็นอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นบนกำแพงกันคลื่น กรณีแรกต้นปี เมื่อมีนาคม 2566 นักท่องเที่ยวชาย ลื่นล้มบนกำแพงกันคลื่นหาดชะอำ จ.เพรชบุรี เพราะตะไคร่น้ำที่เกาะตลอดแนวชายหาด จนท้ายที่สุดแพทย์ลงความเห็นว่าให้เป็นพิการตลอดชีวิต

ต่อมาล่าสุดเมื่อ 4 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติลื่นล้มบนกำแพงกันคลื่นหาดปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ในขณะที่ทุกวันนี้หากไปเดินดูกำแพงกันคลื่นปราณบุรี หรือ หาดชะอำ ซึ่งเป็นหาดท่องเที่ยวสำคัญๆ แต่กลับพบกำแพงกันคลื่นที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ ทำให้เรามีคำถามว่า “ชีวิตเราจะยังปลอดภัยไหม หากไปเที่ยวทะเลที่มีกำแพงกันคลื่น”
นอกจากอุบัติเหตุลื่นล้มบนกำเเพงกันคลื่นเเล้ว ยังพบกรณีอุบัติเหตุพลัดตกกำเเพงกันคลื่นหาดเเก้ว จ.สงขลา ในช่วงมรสุมเเละถูกคลื่นซัดกระเเทกกับกำเเพงกันคลื่นอยู่นานกว่า 15 นาที จนกว่ากู้ภัยจะช่วยเหลือได้

จากอุบัติเหตุบนกำเเพงกันคลื่นทั้งหมด Beach for life เคยได้มีโอกาสสัมภาษณ์ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ได้ให้ความเห็นไว้ว่า ถ้ามองในมุมของระบาทวิทยาทางการแพทย์ เคสนี้เราจะเรียกว่า ( Index Case ) กรณีที่คุณลุงล้มบาดเจ็บรุนแรงถูกนำส่งโรงพยาบาล แต่ว่าคุณลุงอยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่เราเห็น ที่โรงพยาบาลรับรู้ ที่เป็นข่าว แต่ก็ยังมีเคสอีกมาก ที่สังคมไม่รับรู้ ที่โรงพยาบาลไม่รับรู้ ลื่นล้มแผลถลอกกลับบ้านปฐมพยาบาลเอง ซึ่งแน่นอนเราไม่รู้ตัวเลขที่แท้จริงแต่ว่าโดยเฉลี่ยแล้ว 1 เหตุการณ์สำคัญที่อยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็งแปลว่าข้างล่างมีเป็น 100 เหตุการณ์ ไม่ถูกรับรู้

ตามทฤษฎี หากเราพบเคสรุนแรง 1 ราย นั่นหมายความว่า มีเคสที่เกือบรุนแรงอีกจำนวนมาก ( near-miss case) คือลื่นอาจล้ม ข้อเท้าพลิก มีแผลถลอก หรือเอาแขนยันไว้ทัน แต่ไม่ได้โรงพยาบาล นับร้อยๆราย จึงเกิดรายที่รุนแรง 1 ราย อุบัติเหตุที่รุนแรงคือยอดภูเขาน้ำแข็งของผู้ที่ประสบเหตุการณ์ทั้งหมด
คำถาม ต่อมาคือ แล้วใครควรรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะที่หน่วยงานที่ดำเนินการก่อสร้างยังไม่มีมาตรการป้องกันหรือลดเหตุที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง หรือ เราต้องปิดชายหาดที่มีตะไคร่น้ำเพราะมันไม่ปลอดภัยต่อชีวิตของนักท่องเที่ยวที่ไปเดินเล่นบนชายหาด ?
Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569
แบ่งปันสิ่งนี้

การสร้างเขื่อนกันทรายเเละคลื่น(Jetty) ทำให้สมดุลตะกอนทรายชายฝั่งเสียสมดุล การถ่ายเททรายข้ามปากร่องน้ำ เป็นมาตรการลดผลกระทบสิ่งเเวดล้อม เเต่มาตรการนี่ไปไม่ถึงไหน ชวนดูเหตุผลว่าทำไมเราจัดการตะกอนทรายชายฝั่งไม่ได้

ชวนอ่านเหตุผลของสายสิ่งเเวดล้อมที่ทำไมต้องกาเห็นชอบใหม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

การรื้อรอดักทราย โครงสร้างทางวิศวกรรมชายฝั่งบริเวณชายหาดหน้าพระราชนิเวศน์มฤคทายวันฯ จังหวัดเพชรบุรี นับเป็นความพยามที่เเรกของไทยในการฟื้นฟูชายหาด ด้วยการรื้อโครงสร้างชายฝั่งเพื่อคืนสมดุลให้หาดทราย เเละจะเป็นความเเรงบันดาลใจฟื้นฟูชายหาดอื่นๆทั่วประเทศไทย