
งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ผ่านสภาผู้เเทนราษฎรวาระเเรก ทำให้เข้าสู่ขั้นตอนของการตั้งกรรมาธิการ เเละอนุกรรมาธิการในการพิจารณาเพื่อตัดงบประมาณเเละพิจารณางบประมาณของเเต่ละหน่วยงาน เเต่ละกระทรวง Beach for life ชวนสำรวจงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 มีโครงการป้องกันชายฝั่งไหนที่ต้องจับตา
งบประมาณในโครงการป้องกันเเละเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ทั้งงานศึกษาเเละงานก่อสร้าง ของ 3 หน่วยงานหลัก ได้เเก่ กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการเเละผังเมือง เเละกรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง รวมทั้งสิ้น 642,868,200 บาท โดยกรมเจ้าท่าเป็นหน่วยงานที่ขอรับงบประมาณมากที่สุด ทั้งสิ้น 463,892,300 บาท รองลงมา กรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง 91,904,700 บาท เเละกรมโยธาธิการเเละผังเมือง 87,071,2000 บาท

โดยงบของกรมเจ้าท่าเเละกรมโยธาธิการเเละผังเมือง ส่วนใหญ่จะเป็นการดำเนินการต่อเนื่อง เป็นงบประมาณผูกพันต่อเนื่องจากโครงการที่ตั้งไว้
สำหรับโครงการตั้งใหม่ของกรมเจ้าท่า พบว่าส่วนใหญ่เป็นโครงการเสริมทรายชายฝั่ง เเละโครงการซ่อมเเซมโครงสร้างเดิมที่ชำรุด
งบประมาณก่อสร้างกำเเพงกันคลื่น ยังคงเป็นศูนย์บาทต่อเนื่องมาจากปี 2568 เนื่องจากโครงการกำเเพงกันคลื่นที่เป็นโครงการตั้งใหม่ภายใต้งบประมาณปี 2567 เป็นต้นมาต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมก่อนการขอรับงบประมาณ ทำให้โครงการกำเเพงกันคลื่นนั้นเป็นศูนย์เนื่องจากยังไม่มีโครงการที่ผ่าน EIA

ในงบประมาณรายจ่ายของกรมเจ้าท่า จำนวน 463,862,300 บาท มีโครงการเสริมทรายชายฝั่ง จำนวน 4 โครงการ ขอรับงบประมาณในปี 2569 จำนวน 306,638,600 บาท เเละมีโครงการศึกษาเสริมทราย 4 โครงการที่ผูกพันงบต่อเนื่อง เเละ 1 โครงการศึกษาเสริมทรายที่เป็นงบตั้งใหม่ในปี 2569 ในพื้นที่หาดบางเเสน จังหวัดชลบุรี
กรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง ตั้งงบประมาณในโครงการ "ค่าใช้จ่ายในการวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลไทย" วงเงินรวม 39,761,100 บาท
เรียกได้ว่าเป็นปีงบประมาณเเห่งการเสริมทรายชายฝั่ง
งบประมาณประจำปี 2569 ของกรมโยธาธิการเเละผังเมืองในด้านการศึกษาพบว่ามีถึง 39,357,600 บาท เมื่อดูในรายละเอียดพบว่ามีโครงการศึกษา 2 โครงการ เเละมี 1 โครงการที่ไร้รายละเอียดพื้นที่ เเละ ขอบเขตการศึกษา เเต่ใช้งบประมาณศึกษาทั้งสิ้น 30 ล้านบาท ทำให้มีข้อสังเกตว่า นี่จะเป็นการตั้งงบศึกษาที่ไม่ระบุรายละเอียดเเล้วไปใส่ในภายหลังหรือไม่

โดยภาพรวม งบประมาณป้องกันชายฝั่งในปี 2569 มีการขอรับงบประมาณโครงการป้องกันชายฝั่งลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยสรุปได้ดังนี้
Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 11 มิถุนายน 2568
แบ่งปันสิ่งนี้

กรมชลประทาน ได้ดำเนินการได้มีโครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา งบประมาณ โครงการดังกล่าวมีการขุดขยายคลองเพื่อการระบายน้ำบริเวณชายหาดซึ่งมีการเปิดหน้าดิน และก่อสร้างกล่องกระชุหิน โดยวางเรียงยื่นตั้งฉากกับแนวชายฝั่งที่น้ำทะเลท่วมถึง การดำเนินโครงการดังกล่าวทำให้มีข้อห่วงกังวลว่าอาจทำให้ชายหาดเปลี่ยนไปอย่างถาวร เเละ โครงการดังกล่าวนั้นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย

มกราคมของทุกปี เป็นช่วงที่ความกดอากาศสูงกำลังแรงปกคลุมประเทศไทย ทำให้ภาคเหนือ และกรุงเทพมหานครมีอากาศหนาวเย็น และเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ทะเลในภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยแปรปรวนและคลื่นลมแรง ซึ่งนับเป็นธรรมชาติของชายหาดและฤดูกาลของทะเลในแถบนี้ ช่วงเวลานี้ อ่าวประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คือ พื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงเกี่ยวกับ “คลื่นคลั่ง” หรือ “คลื่นยักษ์” ซึ่งมีความสูงมากถึง 4-5 เมตร ที่ปะทะชายฝั่งและกระโจนข้ามถนนตลอดแนวอ่าวประจวบฯ เกิดอะไรขึ้นทำไมคลื่นจึงคลั่ง ชวนไขคำตอบไปด้วยกัน

Beach for life เคยได้นำเสนอเรื่องราว “กำแพงกันคลื่นบนชายหาดแตงโม” บนเกาะสุกร จังหวัดตรังไปแล้วครั้งหนึ่ง เรื่องราวของชายหาดที่ไม่มีการกัดเซาะชายฝั่ง แต่กรมโยธาธิการและผังเมืองกลับไปสร้างกำแพงกันคลื่นจำนวน 3 ระยะ ความยาวรวม 1,703 เมตร มูลค่าโครงการกว่า 135.17 ล้านบาท การเกิดขึ้นของกำแพงกันคลื่นทั้ง 3 ระยะ ทำให้เจ้าของที่ดินริมชายหาด ซึ่งปัจจุบันคือไร่แตงโมริมชายหาดที่มีชื่อเสียงของเกาะสุกร ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อปกป้องชายหาดผืนนั้นจากกำแพงกันคลื่น