
Beach for life ชวนไปดูแนวคิดการจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเล ของรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งนำเอามาตรการ Beach Zoning หรือ การแบ่งเขตการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายหาด มาปรับใช้เพื่อการจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเล
Beach Zoning หรือ การแบ่งเขตการใช้ประโยชน์ เป็นแนวคิดการจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเล ที่จัดสรรการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ชายหาด ให้มีความเหมาะสมตามศักยภาพของพื้นที่โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากร หรือหมายถึง การจัดการพื้นที่เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการสงวนรักษา Beach Zoning เป็นมาตรการที่ไม่ซับซ้อน และเป็นมาตรการที่สุดเพื่อการจัดการพื้นที่ชายหาด

Beach Zoning ที่ชายหาด Batu Ferringhi มีวัตถุประสงค์เพื่อการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์ของกิจกรรมกีฬาทางน้ำของผู้ประกอบการแต่ละกิจการให้ไม่ขัดแย้งกัน และแบ่งโซนนิ่งในการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายหาดเพื่อให้กิจกรรมกีฬาทางน้ำไม่กระทบผู้ใช้ประโยชน์ริมชายหาดคนอื่น

ตลอดแนวชายหาด Batu Ferringhi มีการแบ่ง Zone ไว้ทั้งหมด 8 โซน จาก A-H ตลอดแนวชายหาด ในแต่ละโซนจะมีป้ายบอกภาพรวมตลอดแนวชายหาด และรายละเอียดของแต่ละโซน


ในป้ายของโซนต่างๆจะมีรายละเอียดบอกดังนี้

โดยทั้ง 8 โซนจะมีป้ายโซนชี้แจงอยู่บนชายหาด พร้อมกับป้ายความปลอดภัยอื่นๆ เช่น การปฐมพยาบาลกรณีโดนแมงกระพรุน มีเสาติดกล้องวงจรปิดพร้อมลำโพงแจ้งเตือนภัย และยังมีจุดตรวจตราประจำตลอดแนวชายหาดอีกด้วย
ชายหาด Batu Ferringhi ถือเป็นชายหาดที่มีกิจกรรมกีฬาทางน้ำและมีการใช้ประโยชน์ชายหาดที่สูงและมีความหลากหลาย ทำให้การนำเอามาตรการ Beach Zoning มาประยุกต์ใช้เพื่อการจัดการพื้นที่ชายหาด จึงมีความจำเป็นและช่วยให้การใช้ประโยชน์ชายหาดของประชาชนในการดำเนินกิจกรรมต่างๆนั้นเป็นไปด้วยความสะดวก ปลอดภัย และลดความขัดแย้งระหว่างการใช้ประโยชน์ได้
สำหรับประเทศไทยนั้นยังไม่มีชายหาดใดที่นำเอามาตรการ Beach Zoning มาประยุกต์ใช้เพื่อการจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเลอย่างจริงจัง
Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569
แบ่งปันสิ่งนี้

ปรากฎการณ์ปิดทางสาธารณะเข้าขุมเขียว ที่ชุมชนมอเเกลนหาดทับตะวัน จังหวัดพังงา กลายเป็นคำถามถึงสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากรภายใต้การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง ที่ก่อเกิดคำถามว่า สิทธิ์ของกลุ่มชนดั้งเดิมในการดำรงชีวิตบนฐานทรัพยากรอยู่ตรงไหนท่ามกลางมรสุมของการพัฒนาชายฝั่ง ชวนดูความซ้ำรอยของการปิดทางเข้าขุมเขียว เเละบทเรียนจากหาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต

การเกิดขึ้นของกำแพงกันคลื่นหาดแก้วมาพร้อมกับการกล่าวอ้างว่า หาดแก้วแห่งนี้เป็นชายหาดท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสงขลา กำลังเกิดการกัดเซาะชายฝั่งในระดับที่รุนแรงกว่า 5-6 เมตรต่อปี จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างกำแพงกันคลื่น เเต่ท้ายที่สุดหาดเเก้วกลับพังไม่เหลือสภาพชายหาด

กรมชลประทาน ได้ดำเนินการได้มีโครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา งบประมาณ โครงการดังกล่าวมีการขุดขยายคลองเพื่อการระบายน้ำบริเวณชายหาดซึ่งมีการเปิดหน้าดิน และก่อสร้างกล่องกระชุหิน โดยวางเรียงยื่นตั้งฉากกับแนวชายฝั่งที่น้ำทะเลท่วมถึง การดำเนินโครงการดังกล่าวทำให้มีข้อห่วงกังวลว่าอาจทำให้ชายหาดเปลี่ยนไปอย่างถาวร เเละ โครงการดังกล่าวนั้นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย