
เมื่อไม่กี่วันมานี้ ข่าวเรื่องของการปิดทางเข้าสาธารณะไปยัง “ขุมเขียว” เกิดขึ้นที่บ้านทับตะวัน อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ทำให้ชาวมอเเกลนบ้านทับตะวันไม่สามารถเข้าถึงขุมเขียว ซึ่งเป็นเเหล่งทรัพยากร เป็นตู้กับข้าวของชุมชน ชาวมอเเกลนไม่สามารถเข้าถึงได้พื้นที่อาหารได้
ขุมเขียว มีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ(Wetland) ที่เชื่อมต่อกับทะเล ในบางช่วงฤดู เช่นฤดูฝนน้ำทะเลจะสามารถเข้าไปยังขุมเขียวได้ ส่วนในช่วงฤดูร้อน ก็จะมีน้ำจืดจากภูเขา เเละเเผ่นดินไหลผ่าน ดังนั้น ขุมเขียว จึงมีระบบนิเวศที่หลากหลายมีทั้งส่วนที่เป็นป่าชายเลน ป่าชายหาดรวมถึงสันทราย เเละชายหาด ทำให้ขุมเขียว ไม่ใช่พื้นที่ระบบนิเวศเเบบเดียว เเต่คือความเชื่อมโยงต่อเนื่องกันของลักษณะนิเวศที่หลากหลาย

ความหลากหลายของระบบนิเวศบริเวณขุมเขียว ทำให้เป็นพื้นที่เเหล่งอาหารของชุมชน เนื่องจากมีทั้งหอย ถั่ว ผักป่าต่างๆ ปูเเละปลา

ขุมเขียว อยู่ใจกลางหมู่บ้านทับตะวัน ซึ่งเป็นหมู่บ้านมอเเกลนที่ยังคงมีความยึดโยงสัมพันธ์กับธรรมชาติเเละระบบนิเวศ ขุมเขียวที่มีความหลากหลายของระบบนิเวศจึงกลายเป็นเเหล่งอาหารของมอเเกลน ชาวมอเเกลนบ้านทับตะวันบอกว่า ในขุมเขียวมีตำเเหน่งหนึ่งที่จะมีเกลือธรรมชาติ พวกเขาจะมาผลิตเกลือกันบริเวณนี้ เเละชาวมอเเกลน ใช้ประโยชน์ขุมเขียวนี้มาอย่างยาวนาน



ถึงเเม้ขุมเขียวจะเป็นพื้นที่หากินของชาวมอเเกลนอย่างช้านาน เเต่รอบๆขุมเขียวถูกรายล้อมไปด้วยที่ดินของเอกชน ปรากฎการณ์ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ การปิดทางเข้าออกขุมเขียว เนื่องจากเข้าออกขุมเขียวนั้นต้องผ่านที่ดินของเอกชน หรือไม่ก็ต้องเดินผ่านชายหาดซึ่งมีระยะทางไกลมาก รวมถึงมีข้อสังเกตถึงกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินของเอกชน การปิดทางเข้าออกขุมเขียว จึงกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวมอเเกลน

ปรากฎการณ์การปิดทางเข้าออกที่ขุมเขียว ไม่ใช่ครั้งเเรกของการเสียพื้นที่เดินทางเข้าถึงธรรมชาติ เเหล่งอาหาร หรือเเม้เเต่พื้นที่ทางจิตวิญญาณของชาวเล ทั้ง 3 กลุ่ม(มอเเกน มอเเกลน เเละอุรักลาโวย) ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ มีกรณีคล้ายคลึงกันที่เอกชนปิดทางเข้าพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชาวเล คือ การนอนหาด ที่หาดไม้ขาว ทำให้ชาวเลไม่สามารถเข้าถึงพื้นรที่นอนหาด ซึ่งเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวเล เเละมาถึงกรณีขุมเขียว ที่มีการปิดทางเข้าออกเเหล่งอาหารของชาวมอเเกลน เเละกรณีอื่นๆอย่างหลีเป๊ะ หรือกรณีปิดทางเข้าพื้นที่จิตวิญญาณในหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังสะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่ทางจิตวิญญาณของชาวเล พื้นที่อาหารของชาวเลกำลังคุกคามจากการพัฒนาสมัยใหม่ริมชายฝั่ง ถือเป็นการปะทะกันของการพัฒนา เเละ วิถีชีวิตของคนท้องถิ่นดั้งเดิมที่เกิดขึ้นในท้องทะเลอันดามัน
บทความวันที่ 6 กันยายน 2569
แบ่งปันสิ่งนี้

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมากระแสการเรียกร้องให้เกิดการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยมาตรการเติมทรายชายฝั่งนั้นมีมากขึ้น และหลังจากกรณีการเติมทรายชายฝั่งหาดพัทยาโดยกรมเจ้าท่าแล้วเสร็จ ทำให้ประชาชนเห็นว่ามาตรการเติมทรายนั้น อาจเป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งได้ และทำให้ได้ชายหาดกลับมา Beach for life ชวนสำรวจพื้นที่ชายหาดที่จะมีการเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยมาตรการเติมทรายชายฝั่ง

ในห้วงเวลาที่สังคมไทยกำลังเข้าสู่การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้เเทนราษฎร การนำเสนอนโยบายเพื่อเเก้ไขปัญหาทางสังคมที่เผชิญอยู่ จึงกลายเป็นวาระทางสังคมที่สาธารณะให้ความสำคัญ การขับเคี่ยว นำเสนอนโยบายของพรรคการเมือง จึงเป็นเสมอหนึ่งในตัวชี้วัดของการตัดสินใจของผู้คนที่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อเปลี่ยนเเปลงสังคมไทยให้ดีขึ้น ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เเละการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง ถือเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่สังคมไทยเผชิญมาอย่างยาวนาน เเละต้องการการทะลุทะลวงปัญหาผ่านชุดนโยบายสาธารณะ ที่จะผลักดันให้ภาคการเมือง เเละสมาชิกสภาผู้เเทนราษฎรได้เข้าไปเเก้ไขปัญหาของการกัดเซาะชายฝั่งเเละการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง Beach for life ได้รวบรวมความเห็นของผู้คน เเละความหวังของสาธารณะต่อการจัดการปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นชุดนโยบายทั้งหมด 10 ข้อสำคัญที่พรรคการเมืองเเละสังคมไทยต้องร่วมกันผลักดัน

หลายคนอาจสับสนระหว่างคำว่า “เขื่อนกันคลื่น” กับ “กำแพงกันคลื่น” ในทางวิชาการ “เขื่อนกันคลื่นหรือ Breakwater” กับ “กำแพงกันคลื่นหรือ Seawall” นั้น เป็นโครงสร้างป้องกันชายฝั่งคนละประเภทกัน และมีวัตถุประสงค์ และการออกแบบการก่อสร้างที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง Beach for life ชวนไปรู้จักเขื่อนกันคลื่นด้วยกัน