
เรื่องราวของชาวเล กำลังประทุอีกครั้งเมื่อพื้นที่ทางวัฒนธรรมของชาวเลถูกรุกรานด้วยการพัฒนาเพื่อรองรับการท่องเที่ยว หาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต คือ หมุดหมายหนึ่งการท่องเที่ยวริมชายฝั่งและนั้นนำมาซึ่งการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลเพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่เติบ แต่ในขณะเดียวกันพื้นที่ชายหาดไม้ขาวที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดภูเก็ตและพังงา คือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ชาวเลกว่าเก้าพันชีวิตผูกโยงสัมพันธ์กับพื้นที่นี้ด้วยประเพณีนอนหาด
Beach for life ชวนคุณวิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเล อันดามัน เพื่อทำความเข้าใจประเพณีนอนหาด และชีวิตชาวเล ทรัพยากรชายฝั่ง และทางแพร่งที่ชาวเลกำลังเผชิญในวันนี้
ประเพณีนอนหาด หรือภาษามอแกลนเรียกว่า “อีดูนเอาดะ” เป็นประเพณีที่ชาวมอแกลนจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วง 13 – 15 ค่ำ เดือน 3 เพื่อเป็นการนัดพบกันของชาวเล หลังจากการแยกย้ายครั้งใหญ่เมื่อหลายร้อยปีก่อน หาดไม้ขาว บริเวณโต๊ะหินลูกเดียว จึงเป้นจุดนัดหมายของชาวเลมอแกลน และการแสดงความเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคุ้มครองชีวิตความเป็นอยู่ของชาวมอแกลน หรือ ที่ชาวมอแกลนรู้จักกันในน้ำของ โต๊ะหินลูกเดียว หรือ พ่อตาหินลูกเดียว ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในบรรพบุรุษของชาวมอแกลน มีศาลที่ตั้งอยู่บริเวณชายหาดหินลูกเดียวซึ่งเป็นสถานที่นอนหาดมาหลายชั่วอายุคน

การนอนหาด มักจะนอนกัน 3 คืน หรือ 5 คืน ตามความเชื่อของชาวเล จะมีพิธีสำคัญคือการเสี่ยงทายทำนายอนาคตความเป็นอยู่ของชาวเลในแต่ละปี ซึ่งถือเป็นประเพณีเริ่มต้นก่อนเข้าสู่เดือนสี่ และชาวเลยังมีความเชื่อดังเดิมที่สืบทอดกันว่า โดยเล่าว่า ชาวมอแกลนเมื่อก่อนมาหาแร่ดีบุกริมชายหาด และได้บังเอิญ ทำให้โต๊ะหินลูกเดียวไม่พอใจ จึงเจ็บป่วย ทำให้มีการแก้บนโดยการนอนริมชายหาด 3 วัน 3 คืน จึงหายจากอาการเจ็บป่วยนั้น ชาวมอแกลนจึงถือปฏิบัติเป็นประเพณีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เพราะเชื่อว่า การมานอนหาด เป็นการรักษาความเจ็บป่วยและอาการป่วยไข้ตามความเชื่อ รวมถึงการแก้บน การมานอนริมชายหาดจะเป็นการสร้างเป็นเพิงพักเล็กๆชั่วคราวเพื่อหลับนอน และมีกิจกรรมต่างๆร่วมกัน รวมถึงการทำพิธีตามความเชื่อของชาวมอแกลนในประเพณีนอนหาด
ประเพณีการนอนหาด ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเสี่ยงทายอนาคตและชะตากรรมของชาวเล ชายหาดไม้ขาว จึงเป็นจุดหมายของการรวมตัวของชาวเลยกว่า 30 ชุมชน กว่าพันชีวิตที่มาร่วมใช้พื้นที่ชายหาดไม้ขาวแห่งนี้ในการทำพิธีกรรมประจำปีของชาวเล มาอยู่ร่วมกัน นอนร่วมกัน สืบสาวเรื่องราวเครือญาติ ชาวเลมอแกลน ปกครองดูแลกันด้วยระบบเครือญาติเป็นหลัก การมีจุดนัดหมายที่หาดไม้ขาว ในเดือนสามของทุกปี คือ การรวมญาติชาวเล และคือจุดเริ่มต้นของการทำพิธีเสี่ยงทายชีวิตและชะตากรรมของชาวเล ซึ่งจะโยงใยสัมพันธ์กับประเพณีที่จะเกิดขึ้นในเดือนสี่ต่อไป

คุณวิทวัส กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่หาดไม้ขาวคือชายหาดที่เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวเลในสองจังหวัด คือ พังงา และ ภูเก็ต และเป็นพื้นที่วางไข่เต่าทะเลที่สำคัญของฝั่งอ่าวไทย ที่ผ่านมาชาวเลพยามรักษาป่าชายหาด ไม่รบกวนเต่าทะเลด้วยแสงไฟ สอดส่องดูแลพื้นที่ให้มีรความสงบเพื่อให้เป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล ความสัมพันธ์ของชาวเล กับทรัพยากรถูกยึดโยงกันด้วยวิถีวัฒนธรรมที่อาศัยกันอย่างแนบแน่น ชาวเล ไม่ได้มีพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่หาดไม้ขาวเพียงแห่งเดียว แต่พวกเขามีพื้นที่ทางวัฒนธรรมและความเชื่อที่กระจายตัวอยู่ในทั่วทะเลอันดามัน 153 จุด โดยส่วนใหญ่อยู่บนพื้นที่ชายหาด เกาะ แก่ง หรือโขดหินต่างๆ อย่างเช่นพื้นที่หาดไม้ขาว คือ โต๊ะหินลูกเดียว ทะเล ชายหาดของอันดามัน จึงเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรม ความเชื่อ และจิตวิญญาณของชาวเลมาตั้งหลายร้อยปีที่แล้วและส่งต่อความเชื่อนี้มาสู่ปัจจุบัน

ตลอดชีวิตของชาวเลในอดีตถึงปัจจุบันอยู่ในสภาวะที่ถูกเบียดขับจากรัฐและทุนเสมอ ชาวเล คือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่ได้อยู่ในสายตาของรัฐและไม่ได้รับการคุ้มครองในช่วงเวลาที่ผ่านมา มิหนำซ้ำวิถีชีวิตชาวเล ซึ่งเกิด เติบโตอยู่ในพื้นที่ทะเลอันดามัน ที่มีทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่งดงาม เป็นพื้นที่หมายตาของการท่องเที่ยวในระดับโลก ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยว ธุรกิจท่องเที่ยวเติบโต มูลค่าที่ดินสูงขึ้น ชายหาด เกาะแก่งต่างที่เดิมเคยเป็นพื้นที่จิตวิญญาณและวัฒนธรรมของชาวเลแย่งชิง ถูกเบียดขับและกดทับอยู่ตลอดเวลา อย่างกรณีชาวเลบริเวณหาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ที่ถูกนายทุนบุกรุกและคุกคามจนมีเหตุเผชิญหน้ากันและเกิดความรุนแรงเกิดขึ้น สะท้อนแย่งยิงทรัพยากรระหว่างทุนและชาวเลได้อย่างชัดเจน
และในวันนี้ที่พื้นที่วัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดของชาวเลมอแกลน 2 จังหวัดคือพังงา และภูเก็ต ถูกคุกคามโดยการอ้างสิทธิบริเวณริมชายหาดไม้ขาว โดยมีการกั้นลวดหนาม และปิดทางเข้าออกพื้นที่ในการรวมตัวนอนหาดของชาวเล ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่านี่คือห้วงเวลาที่ การพัฒนาของรัฐและทุนกำลังปะทะกับวัฒนธรรมของชาวเล มันเป็นห่วงเวลาที่เปราะบางและสุ่มเสี่ยงต่อความล้มสลายทางวัฒนธรรมของชาวเลในที่สุด

ชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมชาวเล ผูกโยงสัมพันธ์กับทะเล ชายหาด เกาะแก่งต่างๆในฐานะพื้นที่ความเชื่อและการประกอบพิธีกรรม แน่นอนว่ามันกำลังปะทะระหว่างความต้องการในการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดของชาวเล และ ทุน ดังนั้นหากปล่อยไว้เช่นนี้แน่นอนว่า อีกไม่นานการล่มสลายทางวัฒนธรรมของชาวเลเกิดขึ้นอย่างแน่นอนและไม่มีทางจะหลีกเลี่ยงได้

คุณวิทวัส กล่าวว่า จริงแล้วชาวเล เกือบล่มสลายทางวัฒนธรรมไปแล้วเมื่อครั้งโดนสึนามิ และหลังจากสึนามิพวกเขาฟื้นฟูและเริ่มสื่อสารทำความเข้าใจกับสังคมต่อตัวตนและความเป็นพวกเขาใหม่ วัฒนธรรมชาวเลจึงเหมือนถูกต่อลมหายใจอีกครั้ง แต่มันเป็นการดำรงอยู่อย่างถูกเบียดขับ และ กดทับ เป็นการดำรงอยู่บนความทุกข์ สำหรับผมมองว่ามีทางออกให้วัฒนธรรมชาวเลไม่ล่มสลาย คือ รัฐทำความเข้าใจชาวเล และให้ความสำคัญกับพื้นที่ทางวัฒนธรรมของชาวเล ต้องส่งเสริมวัฒนธรรมพวกเขาให้เหมือนกับส่งเสริมวัฒนธรรมหลัก ทำไมพุทธศาสนามีวัดในการประกอบศาสนสถานได้ พี่น้องมุสลิมมีมัสยิด มีกุโบร์ ชาวเลก็มีพื้นที่ทางวัฒนธรรมของพวกเขาเช่นกัน
ท่ามกลางกระแสโลกที่ถลาโถมพัดแรง เหมือนพายุซัดฝั่ง….ชีวิตชาวเล จะถูกโอบอุ้มหรือไม่ภายใต้แรงพายุนี้
Author

อภิศักดิ์ ทัศนี
รักทะเล เเต่ชอบภูเขา เรื่องสิ่งเเวดล้อม คือ การเมือง
บทความวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569
แบ่งปันสิ่งนี้

สำนักงบประมาณได้เผยแพร่พระราชบัญญัติงบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2567 เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา Beach for life ได้รวบรวมข้อมูลงบประมาณโครงการป้องกันชายฝั่ง ปี 2567 จาก 4 หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง

ท่ามกลางห้วงเวลาที่มีการอภิปรายพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่กำลังอยู่ในสภาผู้เเทนราษฎรนั้น Beach for life ชวนคลี่เเละส่องงบประมาณเพื่อการป้องกันชายฝั่งในร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 งบกำเเพงกันคลื่นเยอะเเค่ไหนในปีงบประมาณนี้ ?

โครงการท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด ท่าเรือขนาดใหญ่ที่มีการถมทะเล ทำให้เกิดการเปลี่ยนเเปลงของชายฝั่งตลอดเเนวชายหาดสุชาดา หาดเเสงจันทร์ ถึงหาดปากน้ำระยอง ชวนสำรวจผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งที่เกิดขึ้นจากท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด