
เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ปรากฎณ์ภาพเอกชนกำลังขุดชายหาดเเละมีน้ำสีดำถูกทิ้งลงทะเล บริเวณหาดจอมเทียน Beach for life ได้ตรวจสอบข้อมูลเเละรวบรวมข้อมูลสรุปได้ว่า ของเหลวสีดำ คือ น้ำเสีย ในระบบระบายน้ำริมหาดจอมเทียน

ผู้รับเหมาโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน พบว่า น้ำเสียดังกล่าวค้างอยู่ในระบบระบายน้ำจำนวนมาก เป็นอุปสรรค์ต่อการดำเนินงาน คนงานจึงตัดสินใจในการขุดเเละระบายน้ำออกลงสู่ทะเลโดยตรง โดยได้ทำการขุดเป็นบ่อเพื่อสูบน้ำเสียเเละสูบลงสู่ทะเล

ต่อมาหลังปรากฎณ์เป็นข่าวในสังคมออนไลน์ กรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า มีการกระทำดังกล่าวซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะลเเละชายฝั่ง จึงได้ให้ระงับการดำเนินการไว้ กรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ฐานกระทำความผิดปล่อยทิ้งของเสียเเละสิ่งปฏิกูลลงสู่ทะเล ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมรักษาคุณภาพสิ่งเเวดล้อม พ.ศ. 2535


การกระทำดังกล่าวนี้ เป็นการทิ้งสิ่งปฏิกูลบ น้ำเสียลงสู่เเหล่งน้ำ ทะเล ซึ่งวอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย 2 ฉบับได้เเก่ มาตรา 119 พ.ร.บ. เดินเรือในน่านน้ำไทย ห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งสิ่งปฏิกูลลงทะเล ก่อนได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า
ประกอบกับพื้นที่หาดจอมเทียน อยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งเเวดล้อม 2563 ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมรักษาคุณภาพสิ่งเเวดล้อม พ.ศ. 2535 ซึ่งมีความผิดในฐานปล่อยของเสียเเละสิ่งปฏิกูลลงสู่ทะเล ด้วยเช่นกัน

Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
แบ่งปันสิ่งนี้

กรณีพิพาทโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งหาดมหาราช จังหวัดสงขลา ซึ่งภาคประชาชนได้รวมกันฟ้องคดีตั้งแต่ปี 2564 เพื่อขอให้ศาลปกครองสงขลามีคำพิพากษาเพิกถอนโครงการและคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมากระแสการเรียกร้องให้เกิดการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยมาตรการเติมทรายชายฝั่งนั้นมีมากขึ้น และหลังจากกรณีการเติมทรายชายฝั่งหาดพัทยาโดยกรมเจ้าท่าแล้วเสร็จ ทำให้ประชาชนเห็นว่ามาตรการเติมทรายนั้น อาจเป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งได้ และทำให้ได้ชายหาดกลับมา Beach for life ชวนสำรวจพื้นที่ชายหาดที่จะมีการเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยมาตรการเติมทรายชายฝั่ง

การเกิดขึ้นของกำเเพงกันคลื่นเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งเเละส่งเสริมการท่องเที่ยวชายหาดชะอำใต้ เป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้ชายหาดชะอำ เหลือเพียงชื่อ เพราะทุกวันนี้หากไปเที่ยวชะอำใต้ เเทบจะไม่มีหาดทรายให้เห็น เว้นเเต่ช่วงน้ำลง มิเพียงเเค่ชายหาดที่หายไป เเต่การท่องเที่ยวของชะอำใต้ก็จบลงไปด้วย