
"มันเป็นไปได้ไงที่รายงาน EHIA ท่าเรือน้ำลึกเเลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง เจอสัตว์หน้าดิน เเค่ 1 ชนิด 7 ตัวต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร"
เวทีวิพากษ์ EHIA ท่าเรือน้ำลึกเเลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 อาจารย์ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้อ่านรายงาน EHIA ท่าเรือน้ำลึกเเลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ทั้งสองเล่ม เล่มละ 1,300 กว่าหน้า เเล้วตั้งคำถามถึง ข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในรายงาน EHIA โดยเฉพาะประเด็นสัตว์หน้าดิน ซึ่งในร่างรายงาน EHIA ผลการวิเคราะห์สัตว์หน้าดินในพื้นที่โครงการ พบมีสัตว์หน้าดิน 1 ชนิด 7 ตัวต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ถือว่าน้อยมาก มีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำ ซึ่งไม่น่าจะตรงกับความเป็นจริง
พื้นที่ชายฝั่งระนอง ในเขตทะเลอันดามันตอนบน ตั้งแต่ลำน้ำกระบุรี ที่มีหมู่เกาะต่างๆ เป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศครบทุกระบบนิเวศทางทะเลเขตร้อนที่สำคัญของโลก เเละเป็นเอสซูรี่ขนาดใหญ่อยู่ในอำเภอกะเปอร์ ดังนั้นพื้นที่นี้จึงมีความสำคัญระดับประเทศเเละระดับโลก
ความหลากหลายทางชีวภาพที่
การศึกษาในพื้นที่อ่าวอ่าง จังหวัดระนอง ซึ่งมีการพบความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีคุณค่าโดดเด่นควรเเก่การเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ด้วยความสมบูรณ์ทั้งเกาะเเก่ง ป่าชายเลน ป่าชายหาด ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
.
เเต่ในรายงาน EHIA กลับพบว่ามีสัตว์หน้าดิน 1 ชนิด 7 ตัวต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร การศึกษาด้านนิเวศวิทยาทางทะเลจากรายงาน EHIA กำลังบ่งบอกว่า บริเวณอ่าวอ่าง จ.ระนอง ความอุดมสมบรณ์ต่ำมาก ไม่มีคุณค่าใดๆ ซึ่งขัดแย้งกับการศึกษาที่ผ่านมาที่บอกว่าบริเวณนี้ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
มีคุณค่าต่อการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
.
เช่นเดียวกับ ร่างรายงาน EHIA ในประเด็นความหล่กหลายทางชีวภาพของสัตว์หน้าดิน ฝั่งเเหลมริ่ว จังหวัดชุมพร ซึ่งสำรวจพบว่า ดิน 1 ชนิด 7 ตัวต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ถึง 2 สถานี ใน 2 ครั้ง มันเป็นไปได้ยังไง
ในขณะที่การศึกษาที่ผ่านมาที่ผมร่วมกับกรีนพีซ ทำการสำรวจวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองในพื้นที่ อำเภอปะทิวไล่ลงมาใกล้เคียงกับพื้นที่เเหลมริ่ว กลับพบว่ามีความหลากหลายของสัตว์หน้าดินเเละความหนาเเน่นสูงกว่ามาก
คำถามเราจะเชื่อใคร ?
.
ผมอยากท้าให้ไปพิสูจน์ข้อมูลกันว่า ใครโกหกว่าพื้นที่ทั้งสองเเห่งนี้ ไม่หลากหลายไม่อุดมสมบูรณ์
.
อาจารย์ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง
วิพากษ์ EHIA ท่าเรือน้ำลึกเเลนด์บริดจ์ชุมพร - ระนอง
#NoLandbrigde #แลนด์บริดจ์ #stoplandbrigde #ท่าเรือน้ำลึก #NOแลนด์บริดจ์ #EHIA
บทความวันที่ 2 สิงหาคม 2568
แบ่งปันสิ่งนี้

การสร้างเขื่อนกันทรายเเละคลื่น(Jetty) ทำให้สมดุลตะกอนทรายชายฝั่งเสียสมดุล การถ่ายเททรายข้ามปากร่องน้ำ เป็นมาตรการลดผลกระทบสิ่งเเวดล้อม เเต่มาตรการนี่ไปไม่ถึงไหน ชวนดูเหตุผลว่าทำไมเราจัดการตะกอนทรายชายฝั่งไม่ได้

ภาพเสาเข็มที่ถูกตอกคาบนชายหาดสนกระซิบ เเละ ป้ายชื่อโครงการหาดดวงตะวันที่หลุดพัง คือ หลังฐานว่าสองโครงการกำเเพงกันคลื่นเมืองระยอง ถูกทิ้ง สร้างไม่เสร็จ Beach for life ชวนสำรวจข้ออ้างของกรมโยธาธิการเเละผังเมือง ในการอ้างเผือผลักดันกำเเพงกันคลื่น

ชายหาดคลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งหลากหลายชนิด นับตั้งเเต่ปี 2547 เป็นต้นมา เเละ สภาพชายหาดคลองวาฬปัจจุบันไม่เหลือความเป็นชายหาด เต็มไปด้วยเขื่อนต่างๆ ชายหากลายเป็นโคลน ส่งผลกระทบต่อชุมชนเเละการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก