
ในทศวรรษ 1950 มีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก Port Canaveral ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา โดยท่าเรือแห่งนี้มีความลึกกว่า 15 เมตร และมีเจ็ทตี้ (Jetty) ซึ่งเป็นเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำที่ยื่นออกไปในทะเล
เป็นที่ทราบกันดีกว่า "เขื่อนกันทรายเเละคลื่น หรือ Jetty" นั้น ทำให้สมดุลตะกอนทรายชายฝั่งเปลี่ยนเเปลงไป จากการก่อสร้าง Jetty ทำให้ปีค.ศ. 1954-1990 ชายหาดทางทิศใต้ของเจ็ทตี้ถูกกัดเซาะลึกเข้าไปในฝั่งมากกว่า 200 เมตร ในขณะที่ชายหาดทางทิศเหนือของเจ็ทตี้กลับมีการทับถมของตะกอนทรายยื่นออกไปในทะเลมากกว่า 300 เมตร ส่งผลให้ต้องมีการขุดลอกตะกอนทรายออกมากกว่า 5.3 ล้านลูกบาศก์เมตร

รัฐฟลอริดา แก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเเละตะกอนทรายที่สะสมนี้ ในปี 1992 มีการพัฒนาแผนการจัดการทราย (IMP: Inlet Management Plan) โดย 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กองทัพบกและกองทัพอากาศสหรัฐฯ การท่าเรือ เมืองเบรวาร์ด และรัฐฟลอริดา แผนนี้มุ่งคืนสมดุลของการถ่ายเททราย ฟื้นฟูชายหาดที่ถูกกัดเซาะ และลดการขุดลอก โดยมีองค์ประกอบหลักๆ เช่น การถ่ายเททราย (sand bypassing) การนำทรายที่ขุดลอกไปทิ้งใกล้ชายฝั่ง การปรับปรุงเจ็ทตี้ การสร้างบ่อทราย (deposition basins) และการเติมทราย (beach nourishment)
หลังจากที่รัฐฟลอริดาอนุมัติแผน IMP ในปี 1996 องค์ประกอบทั้ง 24 ส่วนได้ถูกนำมาใช้จนเสร็จสิ้นในปี 2011 และบางส่วนยังคงดำเนินต่อไป การถ่ายเททรายตั้งแต่ปี 1995 จนถึงปัจจุบันเกิดขึ้น 4 ครั้ง โดยได้ถ่ายเททรายจากทิศเหนือไปสู่ทิศใต้ของเจ็ทตี้ รวมทั้งสิ้นเกือบ 2.6 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้การสูญเสียทรายลดลงจากกว่า 250,000 ลูกบาศก์เมตรเหลือน้อยกว่า 15,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี

การปรับปรุงกระบวนการขุดลอก การเพิ่มประสิทธิภาพ Jetty และการสร้างกับดักตะกอน (sediment trap) ช่วยลดการกัดเซาะและความถี่ในการขุดลอก ปัจจุบันหาดทรายบริเวณ Port Canaveral ได้รับการคุ้มครองภายใต้โครงการที่รัฐบาลกลางอนุมัติแล้วเป็นเวลา 50 ปี โดยจะมีการร่วมมือระหว่างรัฐบาลกลาง รัฐฟลอริดา และหน่วยงานท้องถิ่นในการบำรุงรักษาชายหาดอย่างต่อเนื่อง
ผลการจากดำเนินการตามเเผน IMP ทำให้ชายหาดฟื้นฟูกลับมาเเละลดปัญหาการสะสมตัวของตะกอนทรายได้

Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 29 มีนาคม 2568
แบ่งปันสิ่งนี้

โครงการท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด ท่าเรือขนาดใหญ่ที่มีการถมทะเล ทำให้เกิดการเปลี่ยนเเปลงของชายฝั่งตลอดเเนวชายหาดสุชาดา หาดเเสงจันทร์ ถึงหาดปากน้ำระยอง ชวนสำรวจผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งที่เกิดขึ้นจากท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด

มกราคมของทุกปี เป็นช่วงที่ความกดอากาศสูงกำลังแรงปกคลุมประเทศไทย ทำให้ภาคเหนือ และกรุงเทพมหานครมีอากาศหนาวเย็น และเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ทะเลในภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยแปรปรวนและคลื่นลมแรง ซึ่งนับเป็นธรรมชาติของชายหาดและฤดูกาลของทะเลในแถบนี้ ช่วงเวลานี้ อ่าวประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คือ พื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงเกี่ยวกับ “คลื่นคลั่ง” หรือ “คลื่นยักษ์” ซึ่งมีความสูงมากถึง 4-5 เมตร ที่ปะทะชายฝั่งและกระโจนข้ามถนนตลอดแนวอ่าวประจวบฯ เกิดอะไรขึ้นทำไมคลื่นจึงคลั่ง ชวนไขคำตอบไปด้วยกัน

โครงสร้างปากคลองวัดเล เกาะสมุย เป็นโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนตัวของตะกอนทรายชายฝั่งในพื้นที่ชายหาดแม่น้ำ ทำให้ประชาชนในพื้นที่รวมกับหน่วยงานร่วมกันรื้อถอนโครงสร้างออกไป เพื่อฟื้นฟูชายหาดเเละระบบนิเวศ