
จำเป็น เร่งด่วน ท้องถิ่นร้องขอมา
วลีที่กรมโยธาธิการเเละผังเมือง กล่าวอ้างตลอดในช่วงที่ผ่านมา เพื่อผลักดันโครงการกำเเพงกันคลื่นในพื้นที่ริมชายหาดต่างๆ ท่ามกลางการเปิดช่องว่างทางกฎหมายให้ โครงการกำเเพงกันคลื่นไม่ต้องทำการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อม(EIA)
เเต่เเล้วสิ่งที่กล่าวอ้างในวันนั้นสะท้อนความล้มเหลว เเละข้ออ้าง "จำเป็น เร่งด่วน ท้องถิ่นร้องขอมา" ที่ฟังไม่ขึ้นอีกต่อไป เมื่อ 2 โครงการกำเเพงกันคลื่นจังหวัดระยอง ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการเเละผังเมือง ถูกทิ้งร้าง สร้างไม่เสร็จ เสาเข็มคาบนชายหาดมาตั้งเเต่ปี 2565

โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายหาดหนองเเฟบเเละหาดสนกระซิบ ตำบลมาบตาพุด จังหวัดระยอง ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ความยาว 890 เมตร มูลค่าโครงการ 59,375,000 บาท สัญญาจ้างเลขที่ 43/2565 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 เริ่มสัญญา 30 พฤศจิกายน 2564 สิ้นสุดสัญญา 30 ตุลาคม 2566


ปัจจุบัน ทางผู้รับจ้างได้ก่อสร้างบางส่วนไป เเละ ดำเนินการตอกเสาเข็มไว้บนชายหาดตั้งเเต่ปี 2565 เเละทิ้งงานไป ทางกรมโยธาธิการเเละผังเมืองได้มีหนังสือติดตามโครงการไปยังผู้รับจ้าง เเต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีความคืบหน้าเเต่อย่างใด
อีกทั้งสภาพชายหาดยังเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวเเละประชาชน เนื่องจากมีเสาข็ม เหล็กเเหลม เเละเศษวัสดุก่อสร้างกระจายเต็มชายหาด
โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายฝั่งทะเล หมู่ที่ 3 หาดดวงตะวัน ตำบลเเกลง จังหวัดระยอง ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ความยาว ความยาว 820 เมตร มูลค่าโครงการ 77,760,000 บาทสัญญาจ้างเลขที่ 42/2565 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 เริ่มสัญญา 30 พฤศจิกายน 2564 สิ้นสุดสัญญา 30 ตุลาคม 2566
ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ มีเพียงป้ายโครงการที่ติดไว้สภาพหลุดพังเสียหาย

ที่ผ่านมาโครงการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นของกรมโยธาธิการเเละผังเมือง อาศัยช่องว่างที่ "กำเเพงกันคลื่นไม่ต้องทำ EIA" ในการผลักดันโครงการ โดยอ้างความจำเป็นเร่งด่วนในการป้องกันชายฝั่ง เเละ การร้องขอโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากท้องถิ่น
เเต่ในหลายพื้นที่กลับพบว่า ชายหาดไม่ได้กัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนเเรง หรือ บางพื้นที่เป็นการกัดเซาะชายฝั่งชั่วคราว มาตรการกำเเพงกันคลื่นจึงไม่เหมาะต่อการป้องกันชายฝั่ง
เเต่ด้วยข้ออ้างของกรมโยธาธิการเเละผังเมือง ที่อ้างความเดือดร้อนของประชาชน อ้างท้องถิ่น จำเป็นต้องป้องกันเเก้ไขปัญหาทันที จึงเกิดโครงการกำเเพงกันคลื่นมากมาย
เเละหลายโครงการกลายเป็นโครงการพิพาทที่ประชาชนฟ้องร้องคดีต่อศาลปกครองด้วยเหตุผลที่ว่าชายหาดไม่ได้กัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนเเรง มาตรการกำเเพงกันคลื่นที่กรมโยธาธิการเเละผังเมืองนำมาใช้ในการป้องกันชายฝั่งเป็นมาตรการที่เกินจำเป็น กระทบต่อสิ่งเเวดล้อมเเละชายหาด
เเละวันนี้ เราได้เห็น 2 โครงการมูลค่ารวมกว่า 130 ล้านบาท ถูกทิ้งร้าง สร้างไม่เสร็จ เสาเข็มคาอยู่บนชายหาด ทั้งที่หมดสัญญาก่อสร้างมาเเล้ว 2 ปี
คำถามถึงความจำเป็นเร่งด่วน ชาวบ้านเดือดร้อนต้องป้องกันที่กรมโยธาธิการเเละผังเมือง ยกมาอ้างต่อสาธารณะ เเละขอรับงบประมาณจำนวนมหาศาลตอนนี้คำกล่าวอ้างเหล่านั้นหายไปไหน นี่คือ สิ่งที่ต้องตั้งคำถามกับกรมโยธาธิการเเละผังเมือง
รวมถึงหน่วยอนุมติงบประมาณตั้งเเต่ สำนักงบประมาณ สมาชิกสภาผู้เเทนราษฎร หรือเเม้เเต่องค์กรอิสระที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณว่า หลังจากนี้จะปล่อยให้กรมโยธาธิการเเละผังเมือง อ้างความเร่งด่วนเเละความเดือดร้อนประชาชนไปสร้างกำเเพงกันคลื่นเเล้วทิ้งค้าง สร้างไม่เสร็จเเบบนี้อีกต่อไปหรือไม่
Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 15 เมษายน 2568
แบ่งปันสิ่งนี้

ถอดบทเรียนปัญหาสิ่งเเวดล้อมภายใต้การบังคับใช้ พ.ร.บ. EEC ก่อนจะถูกโคลนนิ่งมาเป็น พ.ร.บ. SEC ร่าง พ.ร.บ. SEC ที่ถูกเสนอเข้าไป และคาดว่าร่างของรัฐบาลที่กำลังจะมีมติ ครม. มอบให้ สนข.เป็นผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. SEC Beach for life ชวนถอดบทเรียนดูปัญหาสิ่งแวดล้อมเชิงประจักษ์ที่เกิดขึ้นภายใต้การบังคับใช้กฎหมาย EEC ที่เป็นร่างโคลนนิ่งของ พ.ร.บ. SEC

การกัดเซาะชายฝั่ง เป็นภัยที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติเเละฝีมือของมนุษย์ ประเทศไทยมีชายฝั่ง 3,151 กิโลเมตร เเต่เราไม่เคยรู้เลยว่า ตรงไหนมีความเสี่ยวต่อการกัดเซาะชายฝั่ง บทความนี้จะชวนทุกคนไปทำความเข้าใจ เเผนที่เสี่ยงภัย เเละ การทำเเผนที่เสี่ยงภัยการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดสงขลา ที่ริเริ่มด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน

Beach for life ชวนสำรวจนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆที่มีต่อการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งเเละการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเล ในการเลือกตั้งปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง