
นิเวศนครสงขลา เป็นความปรารถนาที่พีระวาดฝันไว้แก่เมืองสงขลา
ย้อนกลับไปปี 2555 คุณพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา ได้ริเริ่มนโยบายที่เป็นความก้าวหน้าของเมืองสงขลาไว้ คือ นิเวศนครสงขลา ถึงแม้นิยามความหมายและแนวนโยบายนี้อาจไม่ชัดเจนไม่มากนัก แต่รูปธรรมที่ถูกทำให้เห็นและจับต้องขึ้นมาได้ในช่วงสมัยที่คุณพีระยังคงดำรงชีวิตอยู่ คือ การยุติกระสอบทรายริมหาดชลาทัศน์ การเติมทรายชายฝั่ง และ การปกป้องสวนสนผืนสุดท้ายของเมืองสงขลาจากโครงการกระเช้าลอยฟ้า
ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2545 ที่หาดชลาทัศน์เริ้มมีการกัดเซาะชายฝั่งเพราะการวางโครงสร้างแข็งริมชายหาด เทศบาลนครสงขลาและกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินการวางกระสอบทรายขนาดใหญ่ เพื่อเป็นกำแพงกันคลื่นป้องกันชายฝั่ง ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2545 ถึง ปี 2555 ชายหาดชลาทัศน์มีการวางกระสอบทรายกว่า 2.5 กิโลเมตร และเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการป้องกันชายฝั่ง กล่าวได้ว่า “ยิ่งสร้างยิ่งพัง ยิ่งวางยิ่งกัดเซาะ” ปี 2555 เป็นจุดเริ่มต้นที่ภาคประชาชนสงขลารณรงค์ร่วมกันเทศบาลนครสงขลายุติการวางกระสอบทรายริมชายหาดชลาทัศน์ ซึ่งจะมีการวางจากหน้ามหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย ถึง บริเวณหลังโรงแรมบีพีสมิหลาบีช ในช่วงนั้นมีการจัดเวทีประชาคมของประชาชนสงขลาเพื่อยุติกระสอบทรายและคุณพีระในฐานะนายกเทศบาลนครสงขลาได้ประกาศชัดเจนว่า “ต้องหยุดโครงสร้างแข็งริมชายหาด”

หลังจากการป้องกันชายฝั่งด้วยโครงสร้างแข็งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ และสร้างปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง และจากข้อเรียกร้องของภาคประชาชนและนักวิชาการในการฟื้นฟูชายหาดชลาทัศน์ ด้วยการเติมทราย ทำให้คุณพีระ ตันติเศรณี ได้ร่วมกับกรมเจ้าท่าเริ่มดำเนินการทดลองการเติมทรายชายฝั่งให้กับชายหาดชลาทัศน์ เป็นระยะทางประมาณ 600 เมตร การเติมทรายครั้งนั้น ถือเป็นการเติมทรายแห่งแรกในประเทศไทยและมีการติดตามตรวจสอบผลจากการเติมทรายอย่างต่อเนื่อง โดยเทศบาลนครสงขลา ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการป้องกันชายฝั่งในประเทศไทยที่ท้องถิ่นนั้นใช้ความกล้าหาญในการบุกเบิกมาตรการเติมทราย

เมืองสงขลา มีพื้นที่สวนสนอยู่ใจกลางเมือง ขนาดกว่า 500 ไร่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนั้นถือเป็นพื้นที่ธรรมชาติของเมือง ในช่วงเวลานั้นมีความพยายามในการผลักดันโครงการกระเช้าลอยฟ้า ซึ่งจะมีการพัฒนาพื้นที่ในสวนสน ทำให้กลายเป็นความขัดแย้งที่สำคัญ และคุณพีระ ได้ปกป้องพื้นที่นี้ไว้ด้วยชีวิต

นอกจากการนำร่องสงขลานิเวศนคร ด้วยการพยายามรักษาชายหาดและพื้นที่ธรรมชาติของเมืองไว้ คุณพีระ ได้เคยโพสถึงโครงการนำร่องภายใต้แนวคิดนิเวศนครสงขลาไว้หลายโครงการ เช่น ทุ่งดอกรัก ณ สงขลา หรือ โครงการวนอุทยานสวนสน การฟื้นฟูระบบนิเวศของเมืองสงขลา ซึ่งเป็นแนวคิดในการคงรักษาพื้นที่ธรรมชาติของเมืองสงขลาไว้ และใช้ประโยชน์ต่อยอดจากธรรมชาติที่มีอยู่เดิม
Author

Beach For Life
แหล่งรวบรวมความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวกับชายหาด
บทความวันที่ 10 พฤศจิกายน 2567
แบ่งปันสิ่งนี้

การกัดเซาะชายฝั่ง เป็นภัยที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติเเละฝีมือของมนุษย์ ประเทศไทยมีชายฝั่ง 3,151 กิโลเมตร เเต่เราไม่เคยรู้เลยว่า ตรงไหนมีความเสี่ยวต่อการกัดเซาะชายฝั่ง บทความนี้จะชวนทุกคนไปทำความเข้าใจ เเผนที่เสี่ยงภัย เเละ การทำเเผนที่เสี่ยงภัยการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดสงขลา ที่ริเริ่มด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน

โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายฝั่งหาดมหาราช อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา โครงการนี้ ดำเนินการโดย กรมโยธาธิการและผังเมือง

มกราคมของทุกปี เป็นช่วงที่ความกดอากาศสูงกำลังแรงปกคลุมประเทศไทย ทำให้ภาคเหนือ และกรุงเทพมหานครมีอากาศหนาวเย็น และเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ทะเลในภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยแปรปรวนและคลื่นลมแรง ซึ่งนับเป็นธรรมชาติของชายหาดและฤดูกาลของทะเลในแถบนี้ ช่วงเวลานี้ อ่าวประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คือ พื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงเกี่ยวกับ “คลื่นคลั่ง” หรือ “คลื่นยักษ์” ซึ่งมีความสูงมากถึง 4-5 เมตร ที่ปะทะชายฝั่งและกระโจนข้ามถนนตลอดแนวอ่าวประจวบฯ เกิดอะไรขึ้นทำไมคลื่นจึงคลั่ง ชวนไขคำตอบไปด้วยกัน