
ช่วงมรสุมปี 2537 พายุได้ซัดเรือ Genar-II สัญชาติปานามา เข้ามาเกยตื้นบริเวณชายหาดชลาทัศน์ จังหวัดสงขลา คนสงขลาหลายคนรู้จักเรือลำนี้เเละเรียกง่ายๆติดปากกันว่า “เรือปานามา” การเกยตื้นของเรือปานามา นำมาซึ่งบทเรียนการเปลี่ยนเเปลงชายฝั่งที่สังคมควรเรียนรู้จากบทเรียนนี้เป็นอย่างยิ่ง

การเกยตื้นของเรือ เรือจีน่าร์-2 (Genar-II) ด้านเหนือของชุมชนเก้าเส้ง ชายหาดชลาทัศน์ ไม่นานหลังจากการเกยตื้นเรือลำดังกล่าวได้ทำให้ชายหาดเปลี่ยนเเปลงไป เนื่องจากลำเรือได้ขวางกั้นการเคลื่อนตัวของตะกอนทรายชายฝั่ง ทำให้เกิดการทับถมของตะกอนทรายชายฝั่งด้านทิศใต้ จำนวนมหาศาล เเละเกิดการกัดเซาะชายฝั่งในด้านเหนือของเรือจีน่าร์-2 (Genar-II)
ชายหาดชลาทัศน์ นั้นมีทิศทางการเคลื่อนที่ของตะกอนทรายสุทธิ์ คือ เคลื่อนที่จากทิศใต้ไปยังทิศเหนือ เมื่อเรือจีน่าร์-2 (Genar-II) มาเกยตื้น ซึ่งมีลักษณะตั้งฉากกับเเผ่นดิน ทำให้เรือนั้นเป็นเสมือนรอดักทราย ซึ่งทำให้ตะกอนทรายที่เคลื่อนตัวตามเเนวชายฝั่งนั้นถูกขวางกั้น เเละทำให้เกิดการทับถมของตะกอนทรายจำนวนมหาศาลบริเวณด้านใต้ของเรือจีน่าร์-2 (Genar-II)

หลักฐานจากภาพถ่ายในปี พ.ศ.2538 หลังจากที่เกิดเหตุเรือปานามาได้เกยตื้น ประจักษ์ชัดว่าหาดทรายทางด้านเหนือของซากเรือถูกกัดเซาะอย่างฉับพลัน เเละเกิดการทับทบตะกอนด้านทิศใต้

หลังจากนั้นไม่นานหน่วยงานได้รื้อถอนซากเรือ จีน่าร์-2 (Genar-II) ออกจากชายหาด ทำให้ชายฝั่งได้คืนสภาพกลับมาสู่สภาพปกติ ไม่ปรากฎการกัดเซาะชายฝั่งเเละการทับถมของตะกอนทราย ดังภาพถ่ายทางอากาศในปี 2544


ปรากฎการณ์การเกยตื้นของเรือ จีน่าร์-2 (Genar-II) ได้ให้บทเรียนสำคัญของการเปลี่ยนเเปลงชายฝั่ง อันเกิดขึ้นจากการขัดขวางกระบวนการทางธรรมชาติของหาดทราย เรือ จีน่าร์-2 (Genar-II) ทำตัวเหมือน รอดักทราย หรือ คันดักทราย ทำให้ตะกอนทรายชายฝั่งนั้นทับถมด้านหนึ่งเเเละเกิดการกัดเซาะชายฝั่งด้านหนึ่ง เมื่อรื้อถอนออกชายฝั่งก็กลับคืนสภาพปกติดังเดิม การเกยตื้นของเรือปานามา เป็นบทเรียนสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนเเปลงชายฝั่งทะเลได้ดีที่สุดบทเรียนหนึ่ง
Author

อภิศักดิ์ ทัศนี
รักทะเล เเต่ชอบภูเขา เรื่องสิ่งเเวดล้อม คือ การเมือง
บทความวันที่ 25 กรกฎาคม 2567
แบ่งปันสิ่งนี้

Beach for life เคยได้นำเสนอเรื่องราว “กำแพงกันคลื่นบนชายหาดแตงโม” บนเกาะสุกร จังหวัดตรังไปแล้วครั้งหนึ่ง เรื่องราวของชายหาดที่ไม่มีการกัดเซาะชายฝั่ง แต่กรมโยธาธิการและผังเมืองกลับไปสร้างกำแพงกันคลื่นจำนวน 3 ระยะ ความยาวรวม 1,703 เมตร มูลค่าโครงการกว่า 135.17 ล้านบาท การเกิดขึ้นของกำแพงกันคลื่นทั้ง 3 ระยะ ทำให้เจ้าของที่ดินริมชายหาด ซึ่งปัจจุบันคือไร่แตงโมริมชายหาดที่มีชื่อเสียงของเกาะสุกร ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อปกป้องชายหาดผืนนั้นจากกำแพงกันคลื่น

การรื้อรอดักทราย โครงสร้างทางวิศวกรรมชายฝั่งบริเวณชายหาดหน้าพระราชนิเวศน์มฤคทายวันฯ จังหวัดเพชรบุรี นับเป็นความพยามที่เเรกของไทยในการฟื้นฟูชายหาด ด้วยการรื้อโครงสร้างชายฝั่งเพื่อคืนสมดุลให้หาดทราย เเละจะเป็นความเเรงบันดาลใจฟื้นฟูชายหาดอื่นๆทั่วประเทศไทย

หลายคนอาจสับสนระหว่างคำว่า “เขื่อนกันคลื่น” กับ “กำแพงกันคลื่น” ในทางวิชาการ “เขื่อนกันคลื่นหรือ Breakwater” กับ “กำแพงกันคลื่นหรือ Seawall” นั้น เป็นโครงสร้างป้องกันชายฝั่งคนละประเภทกัน และมีวัตถุประสงค์ และการออกแบบการก่อสร้างที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง Beach for life ชวนไปรู้จักเขื่อนกันคลื่นด้วยกัน