เสียงจากสะกอม : ก่อนคำพิพากษาคดีสะกอม

Beach for life ชวนสัมภาษณ์พูดคุยกับคนสะกอมถึงความคาดหวังต่อการพิพากษาคดีชายหาดสะกอม ที่จะมีการพิพากษาในวันที่ 26 มกราคม 2565 นี้ หลังจากที่คดีนี้อยู่พิจารณาคดีของศาลปกครองสูงสุดยาวนานถึง 11 ปี


ย้อนกลับไปก่อนในปี 2541 กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำสะกอม พร้อมเขื่อนกันคลื่นนอกฝั่ง 4 ตัว ทำให้ต่อมาเกิดการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ปี 2551 ประชาชนในพื้นที่ตำบลสะกอม ได้ลุกขึค้นมาทวงสิทธิในการอนุรักษ์ชายหาดโดยการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ถือเป็นการใช้สิทธิชุมชนเพื่อฟ้องคดีที่เกี่ยวข้องกับการกัดเซาะชายฝั่งเป็นคดีแรกของประเทศไทย และต่อมาปี 2554 ศาลปกครองชั้นต้น ได้มีคำพิพากษาให้กรมเจ้าท่ามีความผิดเนื่องจากโครงการไม่มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนดำเนินโครงการ และให้กรมเจ้าท่า ทำ EIA ย้อนหลังภายใน 60 วัน หลังจากนั้นกรมเจ้าท่าได้อุทธรณ์ต่อ ทำให้คดีอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด 11 ปี

เราชวน 3 คนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชายหาดสะกอมและคดีนี้มาร่วมพูดคุย
เจ๊ะหมัด สังข์แก้ว : ผู้ฟ้องคดีชายหาดสะกอม
เจ๊ะหมัด ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากกรมเจ้าท่าดำเนินการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำสะกอม ในปี 2541 ชายหาดสะกอมที่ประชาชนสะกอมใช้เดินจูงวัว หาหอยเสียบ เกิดการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ชายหาดชันเป็นหน้าผาลึกกว่า 10 เมตร ขึ้นลงชายหาดลำบากมาก ซึ่งก่อนที่มีโครงการนี้เขาไม่เคยบอกผลกระทบเหล่านี้กับเราเลย
การฟ้องคดีสะกอม บังมองว่าเป็นการเข้าไปตรวจสอบโครงการของรัฐ ว่าสิ่งที่เขาทำมันไม่ถูกต้อง มันส่งผลกระทบต่อชุมชน ต่อชายหาดที่ชุมชนใช้ประโยชน์ การฟ้องคดีครั้งนี้ ตอนแรกเขาไม่รับฟังพวกเรา 10 คน แต่เราก็ยืนหยัดว่าเรามีสิทธิฟ้องคดี เรามีสิทธิชุมชน เรายืนหยัด ต่อสู้มาจนศาลปกครองรับฟ้องคดี และบอกว่าพวกเรามีสิทธิฟ้องคดีกรมเจ้าท่าที่ทำชายหาดเราเสียหาย บังคิดว่าอย่างน้อยก็ทำให้ตอนนี้เขาไม่สร้างกำแพงกันคลื่นหรือเขื่อนหินต่อไปเรื่อยๆ เหมือนหาดอื่นๆ ไม่งั้นป่านนี้หาดสะกอมไม่เหลือแล้ว
บังไม่หวังว่าเราจะชนะ แต่บังว่าศาลจะมองเห็นว่าสิ่งที่กรมเจ้าท่าทำนั้นผิด และพิพากษาให้กรมเจ้าท่ามีความผิดบังหวังแค่นี้”

เดินมาที่ลานหอยเสียบ สถานที่ที่ชาวบ้านสะกอมเริ่มใช้ในการคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซไทย มาเลเชีย เมื่อ 20 ปีก่อน เพื้อดูผลกระทบการกัดเซาะชายฝั่งจากเขื่อนกันทรายเเละคลื่นปากร่องน้ำสะกอม พบชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังหาหอยเสียบอยู่ เราพูดคุยกับ เจ๊ะเย๊าะ โต๊ะเส็น ประชาชนชาวสะกอม ที่มักจะมาหาหอยเสียบบริเวณชายหาดสะกอม ด้านเหนือเขื่อนกันคลื่นอยู่เสมอ
เจ๊ะเย๊าะ บอกกับทีมงาน Beach for life ว่า “ชายหาดสะกอม ก่อนสร้างเขื่อนหอยเสียบเยอะมาก หากันไม่หมด ตอนนี้ชายหาดไม่เหลือ เดินลงก็ลำบากเพราะชายหาดมันชัน มันกัดเซาะชายฝั่งเพราะเขื่อนหินของกรมเจ้าท่า สังเกตลานหอยเสียบสิ(ที่ทำกิจกรรมของประชาชนชาวสะกอมในยุคที่มีการคัดค้านโครงการก่อสร้างท่อส่งแก๊สไทย มาเลเชีย) ต้นสนล้มไป 5 แถวแล้ว ลานหอยเสียบหายไปหลายสิบเมตร หลังจากการสร้างเขื่อนกันคลื่น”


เสียงสะท้อนของ เจ๊ะเย๊าะ ชาวสะกอม ยิ่งชัดเจนว่าการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำสะกอม ส่งผลกระทบต่อชายหาดอย่างรุนแรง และตั้งแต่ปี 2541 หลังสร้างเสร็จผลกระทบยังคงปรากฏให้เห็นและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการรอคอยความยุติธรรมต่อสิ่งแวดล้อมจากศาลปกครองสูงสุด


Beach for life มีโอกาสคุยกับคุณศุภวรรณ ชนะสงคราม นักพัฒนาเอกชนที่ทำงานอนุรักษ์ในพื้นที่ตำบลสะกอมมากว่า 20 ปี และเป็นที่ปรึกษามหาวิทยาลัยชาวบ้านลานหอยเสียบ พูดคุยถึงความคาดหวังของคดีชายหาดสะกอมที่จะมีคำพิพากษาเร็วๆนี้
คุณศุภวรรณ : ในวันนี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เเละนักวิชาการต่างๆ ยอมรับว่า ต้นเหตุสำคัญของปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมาจาก เขื่อนกันทรายปากร่องน้ำ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เขื่อนสะกอมที่ขัดขวางการเคลื่อนที่ของทรายที่เคลื่อนตามแนวชายฝั่ง ในสงขลาคือ เคลื่อนจากทิศใต้ไปยังทิศเหนือ ทำให้ชายหาดสะกอมด้านใต้งอกเพิ่มขึ้น ส่วนด้านเหนือเขื่อนเกิดการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง นี่คือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน
หากย้อนกลับไปสมัยที่เขาเริ่มทำโครงการนั้น เขามาบอกว่า หากสร้างเขื่อนกันทรายปากร่องน้ำแล้ว จะไม่ต้องขุดลอกอีกต่อไป แต่ท้ายสุดวันนี้ปากร่องน้ำตื้นเขินเหมือนเดิม และเกิดการกัดเซาะชายฝั่งด้านเหนือเขื่อนกว่า 3 กิโลเมตร
การที่ชุมชนฟ้องคดีต่อศาลในครั้งนี้ เราจึงคาดหวังให้คำพิพากษาสร้างบรรทัดฐานใหม่ โดยเขื่อนหินกันคลื่นที่ทำไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือ ไม่ได้ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ไม่จัดรับฟังความคิดเห็น และสร้างผลกระทบภายหลัง“ต้องดำเนินการรื้อออก” เราไม่อยากเห็นการทำผิดลอยนวล ไม่อย่างนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ในที่สุดชายหาดของประเทศไทยก็จะหมดไป จากโครงการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันนี้ โดยที่ไม่มีใครรับผิดชอบความเสียหายใดๆ



นี่คือ เสียงจากสะกอมก่อนคำพิพากษาคดีชายหาดสะกอมจะมาถึง ในวันที่ 26 มกราคมนี้
คดีประวัติศาสตร์นี้จะปิดฉากลง ซึ่งไม่ทราบได้ว่าศาลจะสร้าง วางบรรทัดฐานทางกฎหมายที่สำคัญอย่างไรบ้างต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ในมุมมองของชุมชน การลุกขึ้นสู้เพื่อบอกความจริงว่าโครงการของรัฐนั้นมีผลกระทบต่อพวกเขานั้น มีความหมายยิ่ง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปกป้องชายหาดอื่นๆในหลายพื้นที่ต่อจากชายหาดสะกอม

Published by Beach for life

บรรณาธิการกลุ่ม Beach for life

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s