ความผิดปกติของการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นหาดสมบูรณ์ จ.สุราษฎร์ธานี

เมื่อประมาณปลายปี 2563 ที่ผ่านมา หาดสมบูรณ์เป็นชื่อที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ในประเด็นการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นริมชายหาด โดยกรมโยธาธิการเเละผังเมือง เเละ Beach For life ค้นพบว่าโครงการดังกล่าวมีความผิดปกติอย่างมากหลายประการ ตั้งเเต่ความจำเป็นในการก่อสร้าง การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การถอดถอนเรื่องร้องเรียนของประชาชนออกจากศูนย์ดำรงธรรม เเละการขุดทรายก่อนการได้รับการอนุญาตจากกรมเจ้าท่า เป็นต้น ทั้งหมดนี่คือความผิดปกติของการดำเนินการก่อสร้างโดยกรมโยธาธิการเเละผังเมืองที่อยากชวนเพื่อนๆที่รักชายหาดติดตามกัน

โครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดสมบูรณ์ ตำบลวัง อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นในลักษณะเรียงหินใหญ่บริเวณชายหาดสมบูรณ์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความยาวของเขื่อน 790 เมตร พร้อมการปรับปรุงภูมิทัศน์ด้านหลังกำเเพงกันคลื่น ดำเนินการก่อสร้างโดยกรมโยธาธิการ

ภาพ มาสเตอร์เเพลนโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล หาดสมบูรณ์

ความไม่จำเป็นในการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นหาดสมบูรณ์

หากไล่เรียงความผิดปกติของการดำเนินโครงการนี้ อาจต่อเริ่มจากประเด็น “จำเป็นเเค่ไหนที่ต้องสร้างกำเเพงกันคลื่นริมหาดสมบูรณ์” จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง ที่ทางกลุ่มเครือข่ายประมงพื้นบ้านอ่าวบ้านดอน ทำหนังสือสอบถามกรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง พบว่า มีประเด็นชี้เเจงจากกรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่งที่ระบุชัดเจนว่า ตำบลวังมีพื้นที่ทประกอบด้วยพื้นที่ดำเนินการเเก้ไขเเล้ว เเละไม่มีการกัดเซาะชายฝั่ง 3.18 กิโลเมตร เเละไม่มีการกัดเซาะชายฝั่ง 2.29 กิโลเมตร ซึ่งพื้นที่หาดสมบูณ์มีลักษณะทางกายภาพของพื้นที่เป็นหาดทราย เป็นพื้นที่ไม่มีการกัดเซาะชายฝั่ง มีตะกอนทรายสะสมตัว เเละมีโครงสร้างเขื่อนหินทิ้งริมชายฝั่ง

เอกสารการตอบกลับจากกรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง

เเละจากการรวบรวมข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ระหว่าง 2002 – 2018 พบว่า บริเวณโครงการซึ่งเป็นพื้นที่ปากร่องน้ำนั้น มีการสะสมตัวของตะกอนทรายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบริเวณปากร่องน้ำ ขึ้นไปทางด้านเหนือตลอดเเนวพื้นที่โครงการ เเละเมื่อพิจารณาการเคลื่อนที่ของตะกอนทรายชายฝั่งนั้น พบว่า ตะกอนทรายชายฝั่งบริเวณนี้เคลื่อนที่จากทิศเหนือลงมาทางทิศใต้ เป็นเหตุให้ชายหาดสมบูรณ์ ซึ่งอยู่ด้านเหนือของปากร่องน้ำนั้นมีการสะสมตัวของตะกอนทรายต่อเนื่อง

ภาพถ่ายดาวเดียวบริเวณชายหาดสมบูรณ์ ระหว่างปี 2002 – 2018 พบการสะสมตัวของตะกอนทรายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ประกอบกับภาพการสำรวจชายหาดโดย Beach for life เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 พบว่า ชายหาดสมบูรณ์มีความกว้างของหน้าหาดกว่า 80 เมตร เเละอาจมากกว่า 100 เมตรในบางจุด เเละบริเวณพื้นที่โครงการที่มีการจขุดทรายเปิดหน้าหาดเพื่อเตรียมดำเนินการก่อสร้างนั้นมีความกว้างชายหาดมาก เเละถูกปกคลุมด้วยพืชชายหาด เช่น ผักบุ้งทะเล หญ้าต่างๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้น้ำทะเลไม่สามารถท่วมถึงได้มาเป็นระยะเวลานาน อีกทั้งบริเวณพื้นที่โครงการนั้น ไม่มีบ้านเรือนประชาชนอยู่อาศัยอย่างหนาเเน่น เเละไม่มีถนนสายสำคัญที่ใช้ในการสัญจรของประชาชน มทีเพียงถนนลูกลัง ซึ่งอยู่ห่างจากชายหาดมาก

ภาพ บริเวณพื้นที่โครงการสำรวจโดยกลุ่ม Beach for life พบว่า หน้าหาดกว้างกว่า 80 เมตร เเละไม่มีบ้านเรือนหรือถนนสายสำคัญที่ต้องป้องกันการกัดเซาะชายฝ่ัง
ภาพมุมสูงบริเวณโครงการโดยกรมโยธาธิการฯ พบว่าไม่มีบ้านเรือน ถนน หรือ สิ่งปลูกสร้างที่ต้องสร้างกำเเพงกันคลื่นป้องกัน รวมถึงภาพยังสะท้อนหาดทรายกว้างไร้การกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนเเรง

จากข้อมูลประกอบทั้ง จึงมีข้อสังเกตว่า อะไรคือความจำเป็นในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ในชายหาดที่ไม่มีการกัดเซาะชายฝั่ง มีการงอกสะสมอย่างต่อเนื่อง เเละไม่มีบ้านเรือน ไม่ถนนหนทางสัญจรสำคัญที่เป็นเหตุให้ต้องป้องกันด้วยกำเเพงกันคลื่นที่มีมูลค่ากว่า 52,000,000 บาท ความยาว 790 เมตร

กรมโยธาธิการฯ กำหนดทางเลือกให้ประชาชนเลือกเพียง “กำแพงกันคลื่น” ทำให้มีข้อสังเกตว่า เป็นการเลี่ยงไม่จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม  ?

ประเด็นต่อมาที่สะท้อนความผิดปกติของการดำเนินโครงการก่อสร้างกำเเพงกัันคลื่นหาดสมบูรณ์ได้อย่างน่าสนใจคือการรับฟังความคิดเห็นประชาชนที่ทางกรมโยธาฯ นั้นว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา สำรวจศึกษาออกเเบบโครงการ เเละจัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จากเอกสารการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ของโครงการนั้น พบว่า ทางเลือกที่กรมโยธาธิการเสนอให้ประชาชนเลือกเพื่อดำเนินโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งนั้น มี 6 เลือก ได้เเก่ การเติมทราย เขื่อนถุงทราย เขื่อนหินเรียงใหญ่ เขื่อนหินเกเบี้ยน เขื่อนกันกำเเพงคอนกรีตกันคลื่น เเละเขื่อนคอนกรีตขั้นบันได

ภาพสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นทางเลือกต่างในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง จากเอกสารการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 วันที่ 15 กันยายน 2560

เมื่อพิจารณาทางเลือกทั้ง 6 ทางเลือกที่กรมโยธาธิการเสนอให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อเป็นเเนวทางในการตัดสินใจทางเลือกเราจะพบว่า 5 ใน 6 ทางเลือก คือ โครงสร้างกำเเพงกันคลื่นทั้งสิ้น เเละทั้ง 6 เเนวทางเลือกนั้น เป็นทางเลือกที่ไม่ต้องจัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อม(EIA)

ผลกระทบของกำเเพงกันคลื่นหาดสมบูรณ์

กำเเพงกันคลื่นหาดสมบูรณ์มีรูปเเบบการก่อสร้างเป็นกำเเพงกันคลื่นเเบบขั้นบันได ซึ่งมีความกว้างของกำเเพงกันคลื่นยาวรวม 22 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นกำเเพงกันคลื่นที่จะวางทับชายหาดไปเกือบครึ่งของชายหาด นั้นหมายความว่า ครึ่งของหาดของหาดคือกำเเพงกันคลื่นเเบบหินทิ้ง

ภาพซ้ายมือ เเบบเเปลนโครงการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นหาดสมบูรณ์ เเละ ภาพขวาคือตัวอย่างกำเเพงกันคลืนรูปเเบบเดียวกัน หาดปากระวะ จ.สงขลา

อย่างที่รับรู้กันว่ากำเเพงกันคลื่นคือโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง ที่สร้างผลกระทบต่อชายฝั่งอย่างมากมายทั้ง การหายไปของหาดทรายหน้ากำเเพงกันคลื่นหลังการก่อสร้าง เเละผลกระทบด้านท้ายน้ำที่ทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนเเรง จนเป็นเหตุให้ต้องสร้างกำเเพงกันคลื่นต่อเนื่องไปเรื่อยๆ นอกจากนั้นยังมีผลกระทบอื่นๆ เช่น การฟุ้งกระจายของไอน้ำทะเล น้ำท่วมด้านหลังกำเเพงกันคลื่น หรือเเม้เเต่การตัดวงจรการเเลกเปลี่ยนสสารเเละพืชพันธุ์ชายฝั่งที่มาจากทะเล เป็นต้น

ผลกระทบของกำเเพงกันคลื่นต่อชายหาด
ตัวอย่างผลกระทบด้านท้ายน้ำของกำเเพงกันคลื่นหาดสำเร็จ ซึ่งห่างจากหาดสมบูรณ์ไม่มากนักซึงมีกำเเพงกันคลื่นโดยกรมเจ้าท่า

ขุดหาดสร้างกำเเพงกันคลื่นก่อนได้รับการอนุญาต : กรมโยธาลุเเก่อำนาจเร่งสร้างเขื่อนทำลายชายหาด !?!

ความผิดปกติที่สำคัญของโครงการนี้ ที่เป้นภาพสะท้อนว่ากรมโยธานั้นกำลังลุเเก่อำนาจ เร่งสร้างเขื่อนทำลายหาดสมบูรณ์ คือ การขุดหาดก่อนได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า หากไล่เรียง Timeline จะพบว่า

  • เดือนตุลาคม 2563 มีการขุดเปิดหน้าชายหาดยาวเกือบ 1 กิโลเมตร’
  • 27 ตุลาคม 2563 ชาวบ้านยื่นหนังสือร้องเรียนให้ยกเลิกโครงการฯ ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  • 30 ธันวาคม 2563 กรมเจ้าท่าออกใบอนุญาตให้ดำเนินการ (ออกใบอนุญาตสิ้นปี)
  • 15 มกราคม 2564 กรมโยธาธิการ ชี้เเจงต่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเเนวทางการกัดเซาะชายฝั่ง ว่า ยอมรับว่าทำก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า เพราะเห็นว่า จะได้รับอนุญาตเเน่นอน เเละเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการดำเนินการโครงการจึงขุดชายหาดก่อน
ภาพใบอนุญาตก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำจากกรมเจ้าท่า
ภาพจากรายการTHE EXIT : มองต่างมุม “เขื่อนกันคลื่น” สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เผยเเพร่เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 เเสดงให่้เห็นว่ามีการขุดชายหาดยาวเกือบ 1 กิโลเมตร บริเวณหาดสมบูรณ์
ภาพ ชายหาดสมบูรณ์ที่ถูกขุดเพื่อเตรียมก่อสร้างถ่ายโดย Beach For life วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563

การขุดชายหาดก่อนการได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ซึ่งเป็นผู้อนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำนั้น โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้เกิดความรวดเร็วเเละมั่นใจว่าได้รับอนุญาตเเน่นอน จึงดำเนินการก่อน ถือเป็นการลุเเก่อำนาจของกรมโยธาฯ ที่ไม่เคารพกฎหมายเเละระเบียบขั้นตอนต่างๆ

ทั้งหมดนี้คือ ความผิดปกติของการดำเนินโครงการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่นของกรมโยธาธิการที่หาดสมบูรณ์ ที่ทำให้เห็นความเร่งรีบดำเนินโครงการ เเละการลุเเก่อำนาจเพื่อสร้างเขื่อนทำลายชายหาดสมบูรณ์ ถึงเเม้กรมโยธาจะอ้างความชอบธรรมว่า ประชาชนกลุ่มหนึ่งต้องการกำเเพงกันคลื่น เเต่ท้ายที่สุดหากข้อมูลเเละหลักฐานเชิงประจักษ์นั้นพิสูจน์ว่าหาดไม่กัดเซาะชายฝั่งจริง การสร้างกำเเพงกันคลื่นส่งผลร้ายมากกว่าผลดีที่จะได้รับ เเละขั้นตอนไม่ถูกต้องชอบธรรมตั้งเเต่ต้นนั้น การอ้างความต้องการของประชาชนจึงไม่เพียงพอที่ชอบธรรมในการสร้างกำเเพงกันคลื่นบนชายหาด !!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s